[Short Fiction] BABY BABY ฟิคกระชากวัย

posted on 30 Mar 2009 10:37 by tem-gfiction

Title: BABY BABY
Status: TOP×G Short Fiction
Pairing: Choi Seung hyun and Kwon ji yong ft. YB, SR
Author: Lovely_G
Rating : G เอิ๊กกกกกส์


ฟิคใสๆ กระชากวัยพระนาง..
ไรท์เตอร์เกิดอาการรักเด็กขึ้นมาฉับพลัน อนึ่ง.. ฟิคอาจจะจิ้นยากไปนิด หากแต่เชื่อว่าคงไม่เกินความสามารถของประชากรบ้านเฮา - -

ห่างหายไปนาน ลองอ่านซ้ำดูแล้วรู้สึกว่าภาษามันรวนนิดๆ ยังไงไฏ้ ให้อภัยเถอะนะคะ
เฟิร์ยังเป็นแค่เด็กฝึกหัด.. ที่ฝึกมาเกือบปี = =''
คิดว่าคงจะมีฟิคฉลองครบรอบเป็นไรท์เตอร์ครบ 1 ปี *กร๊าชชช*
ฝากด้วยนะคะ





# BABY BABY #





“ขอโทษนะฮะ”

“...”

“ลุง”

“...”

“คุณลุงฮะ”

“...”

“ลุง !!”


“โว้ย !! เรียกใครลุงวะ ไอ้เปี๊ยก !!!”




หันหลังกลับมาตะโกนกลับดังลั่น ก่อนสะบัดมือป้อมๆ ที่คอยกระตุกชายเสื้อยิกๆ อยู่เกือบนาทีออกให้พ้นตัว เล่นเอา ‘ไอ้เปี๊ยก’ ที่สูงไม่ถึงเมตรครึ่งเซถอยหลังไปติดม้านั่งใกล้ๆ เสร็จแล้วผู้กระทำก็เดินหนีห่างไปสามก้าวใหญ่ๆ ไม่วายหันกลับมามองอีกฝ่ายตาขวาง...



ดูยังไงก็เด็กประถม เสือกมาเรียกเขาลุง... เดี๋ยวก็เหนี่ยวหูหลุด !!



ชเวซึงฮยอนเด็กหนุ่ม ม.ปลาย อายุ 17 ปี มองหน้าไอ้เด็กคนเดิมที่เริ่มทำปากเบะแล้วก็ถอนหายใจพรืด หล่อธรรมชาติโคตรเบบี้เฟสเรียกพ่อขนาดนี้ เอาตาปลาที่ไหนมองแล้วมาเรียกเขาว่าลุงไม่ทราบ.. ขอโทษเถอะ ! ก็แค่ถือบุหรี่อยู่ในมือ...



“แต่ลุงฮะ... ป้ายตรงนั้นเค้าบอกว่า ห้ามสูบไอ้นั่นในสวนสาธารณะนะฮะ..”



เสียงเล็กๆ ที่ดังอยู่ไม่ไกลตัวทำให้มือที่กำลังจะยกมวลนิโคติลขึ้นแตะริมฝีปากชะงัก พอเหลือบตามองก็ต้องตกใจกับหน้าไอ้เปี๊ยกคนเดิมที่อยู่ในระยะประชิด นั่นทำให้เขาต้องถอยหนีไปอีกก้าว หน้ากลมๆ ขมวดคิ้วฉับทำท่าจะก้าวตามมาแต่ก็โดนซึงฮยอนยกมือห้าม..


“เฮ่ย ! เข้ามาใกล้เดี๋ยวก็มะเร็ง แดกตายหรอก ! จะไปเล่นที่ไหนก็ไปไป๊”


ไล่เสร็จก็โบกมือไล่อีกต่างหาก แต่เด็กมันยังยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ซึงฮยอนเลยเริ่มคิ้วกระตุกยิก..


“สูบบุหรี่มันไม่ดีนะฮะ..”

“...”

“..ลุง..”


บ๊ะ.. ไอ้เด็กนี่.. เดี๋ยวปั๊ด !!




“จียง !!”


..เกือบได้เหนี่ยวไอ้เด็กเปี๊ยกที่จองล้างจองผลาญกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอให้หูหลุด กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งอย่างที่ตั้งใจ แต่ซึงฮยอนก็จำต้องหยุดความคิด แล้วหันไปหาเจ้าจองเสียงเรียกที่ดูเหมือนจะวิ่งมาทางเขา... กับไอ้เปี๊ยก..

ชื่อจียงเหรอ ?
ดูยังไงก็จิ้งเหลนนี่หว่า...



“พี่แทบิน”

คงเป็นชื่อของชายหนุ่มผิวแทนภายใต้เสื้อกล้ามตัวบางกับกางเกงยีนส์สีเข้ม (ที่ดูยังไงก็ไม่ก็ไม่เข้ากับสวนสาธารณะสักนิด) ใบหน้าคมหลังแว่นสีชาส่งยิ้มบางๆ .. ที่ดูเหมือนจะอบอุ่นเอามากๆ สำหรับเด็กตรงหน้าเขา...
ภาพที่ซึงฮยอนเห็นแล้วได้แต่อ้าปากค้าง...



ใช่ว่าจะตกใจกับพี่แทบินของไอ้เด็กนี่..
แต่ตกใจที่เรียกคนๆ นี้ว่าพี่ แล้วมาเรียกเขาว่าลุง !!
ครูประถมเขาไม่สอนวิธีเรียงลำดับญาติหรือไงครับน้อง!..อยากจะด่าแต่ก็ไม่กล้า..
ดูเอาเหอะ..คนเป็นน้องแป๊ะยิ้มซะขนาดนี้ ทำไมพี่แม่งหน้าโห๊ดโหด... คือ.. ไอ้เขาเองก็มีคนทักบ่อยนะว่าหน้าดุ แต่แบบ.. เจอคนนี้แล้วยอมแพ้ว่ะ นี่ถ้าเมื่อกี๊เผลอเหนี่ยวน้องเขาไปจริงๆ ชเวซึงฮยอนคงได้ขึ้นหน้าหนึ่งซะเอง เพราะตายคาม้านั่งนี่สินะ.. T T



“หายไปไหนมาฮึ.. ไหนบอกว่าจะมาซื้อไอติมไงแป๊ปเดียวไง?”


“ก็กำลังจะไปฮะ.. แต่เจอลุงคนนี้.. เขาสูบบุหรี่นี่ฮะ”


สรรพนามที่เปี๊ยกจียงพาดพิงมาถึงไม่ได้ทำให้ซึงฮยอนเดือดร้อนมากไปกว่าการที่ นิ้วเล็กๆ นั่นชี้มาทางเขาโดยมีสายตาของคนที่ชื่อแทบินมองตามมาเลยสักนิด.. วินาทีนั้นเด็กหนุ่มรู้สึกผิดกับของในมือขึ้นมาทันที ก็เลยเอายัดปากไอ้เปี๊ยกมันซะเลย ! = =



เอ่อ.. จริงๆ แล้วก็แค่โยนลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำ.. ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปยิ้มหวานให้คู่พี่น้อง(นรก) ตรงหน้า แล้วนาทีต่อมาพี่แทบินของไอ้เปี๊ยกก็อุ้มน้องรักเดินจากไป.. ไอ้ตัวเล็กนั่นมีการหันมายิ้มตาหยีให้เขาด้วย..






เด็กบ้า !!






อะ..

ละสายตาจากสองคนที่เดินจากไปแล้วก็ก้มมองเท้าตัวเองที่พึ่งขยี้บุหรี่ทิ้ง ร่างสูงถอนหายใจเบา.. แค่คิดจะลองดูเฉยๆ ยังไม่ทันได้สูบด้วยซ้ำ.. กำลังจะเดินออกจากตรงนั้นแต่ก็ต้องชะงักอีกเป็นรอบที่สอง


..สีแทงตาเหลือเกิน..


เด็กหนุ่มลังเลกับตัวเองเพียงห้าวินาที ก่อนจะเดินไปเก็บอะไรบางอย่างข้างๆ กับม้านั่ง.. สมุดโน้ตลายการ์ตูนเล่มเล็กเท่าฝ่ามือ สีเขียวสะท้อนแสง.. (= =) พลิกไปมาอยู่สองสามที ปลายนิ้วก็เปิดหน้าแรกออก..


ก็นะ.. ไม่ได้ทีป้ายห้ามไว้นี่



แล้วคิดผิดซะเมื่อไหร่ที่เปิดดู ก็ไอ้เจ้าของสมุดเล่นกำกับหน้าแรกไว้ด้วยลายมือเด็กๆ ที่เขียนว่า ‘ควอนจียง’ ซะตัวเบ่อเร่อ ตามมาด้วยประวัติส่วนตัวยาวเหยียดเท่าที่เด็กประถมคนนึงจะคิดได้ในหน้าถัดมา... อย่างเช่น.. อายุ 10 ปี อยู่ป. 5 โรงเรียน... พออ่านมาถึงตรงนี้มือหนาก็ปิดสมุดลงทันที...




ความคิดบางอย่างทำให้คิ้วกระตุกขึ้นมาอีกรอบ เก็บมาแล้วก็ต้องเอาไปคืนใช่ไหมวะ.. ?
นี่..! ..เขาไม่ใช่คนดีขนาดนั้นหรอกนะ..













ชิท...


กำลังยืนรอเด็กนั่นที่หน้าโรงเรียน... รอมาครึ่งชั่วโมงแล้วด้วย !!


ทั้งๆ ที่วันนี้อุตส่าห์โดดเรียนคาบบ่ายจะเอาของมาคืนให้ อันที่จริงไปหลบนอนที่สวนสาธารณะมาสองชั่วโมง แต่ก็นั่นแหล่ะ.. แอ้บทเขาจะทำดีขึ้นมา ทำไมต้องยืนขาแข็งเกาะรั่วโรงเรียนเด็กประถมแบบนี้ด้วยวะ ?!
เด็กคนอื่นก็เริ่มทยอยออกมาแล้ว แต่เขายังไม่เห็นเงาของเด็กที่ชื่อควอนจียงเลยสักนิด นี่ถ้าเจอเมื่อไห่จะจะจับมาดีดหัวเถิกๆ นั่นสักทีสองที..



“เฮ้ยซึงฮยอน.. ไหนวะเด็กมึงอ่ะ”


“เด็กกูบ้านป๊ามึงดิ.. ยืนเงียบๆ เหอะยองเบ”


นั่นล่ะ.. วันนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว เพื่อนสนิทที่อยู่คนละห้องอย่างทงยองเบก็ขอตามมาด้วย ทันทีที่เขาเล่าเรื่องเด็กที่มากวนประสาทเมื่อวานให้ฟัง.. จากนั้นมันก็ทึกทักเอาเองว่าผมรักเด็ก..



“แล้วตกลงน้องเขาชื่ออะไรวะ มึงไปเรียกเขาเปี๊ยกๆ..”



ซึงฮยอนหันไปมองหน้าคนถาม แล้วก็เกาหัวตัวเองแรงๆ สักที ไม่สงสัยหรอกว่าทำไมมันถึงถาม เพราะชื่อเด็กนั่นยังไม่หลุดออกจากปากเขาเลยสักครั้ง แต่พอจะอ้าปากบอกซึงฮยอนก็ต้องเก็บเสียงทั้งหมดเอาไว้ เพราะไอ้เพื่อนรักที่อยู่ดีๆ ก็มองข้ามไหล่เขาไปซะเฉยๆ.. แล้วก็เริ่มโบกไม้โบกมือ.. ที่ยิ่งไปกว่านั้น ไอ้ตี๋แม่งเสือกร้องทักใครก็ตามที่อยู่ข้างหลังเขาว่า..



“จียง !!”


เอ่อ..


“เห.. ? พี่ยองเบ.. พี่ยองเบเหรอฮะ !!”


เสียงตื่นเต้นจังเลยนะ..
แล้วไอ้เด็กควอนจียงนี่มันเป็นใครกันวะเนี่ย !!




..
..
..
..
..




ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นซึงฮยอนถึงได้รู้ว่ายองเบเคยเป็นพี่เลี้ยงให้จียงตั้งแต่สามขวบ.. แล้ว..ไงล่ะ มันจำเป็นด้วยเหรอไง ที่ต้องเล่าให้เขาฟังว่าเคยเล่นด้วยกันบ่อยๆ กินข้าวด้วยกันบ่อยๆ แถมยัง.. อาบน้ำด้วยกันบ่อยๆ น่ะ..
ชะ.. ก็ไม่ได้อยากรู้เลยสักนิด


แล้วพอไอ้เปี๊ยกหันมาเจอเขา...




“พี่ยองเบ.. รู้จักลุงคนนี้ด้วยเหรอฮะ”



นั่นเป้นแระโยคแรกที่ทักกันหรือไง !! ยองเบกระพริบตาปริบๆ กับคำถาม หันมามองหน้าเขาที จียงที แล้วก็หันมามองหน้าเขาอีกที.. คราวนี้มาพร้อมเสียงหัวเราะที่ฟังยังไงก็เยาะเย้ยชัด !



“ขำอะไรวะเตี้ย !!”



ทำอะไรไม่ได้เลยพาลมันซะเลย ยองเบส่ายหน้าทั้งที่ยังกลั้นหัวเราะกึกๆ ก่อนจะหันไปหาจียงลูบหัวเด็กมันเล่นสองสามที..


“ลุงคนนี้เป็นเพื่อนพี่ฮะ.. ชื่อซึงฮยอน”


พูดจบแล้วก็ยกตัวเด็กมันขึ้นมาอุ้ม แถมยังยิ้มยั่วเขาอีกต่างหาก ซึงฮยอนล่ะอยากจะจับไอ้สองคนนี้ผูกกันแล้วเตะโด่งไปนอกโลกซะให้รู้แล้วรู้รอด !

คิดผิดจริงๆ ที่เอายองเบมาด้วย..



“แล้ว.. พี่ยองเบมาหาผมทำไมเหรอฮะ ?”



หันไปหาอดีตพี่เลี้ยง แล้วพยายามเบิกตาตี่ๆ ให้กว้างขึ้น ไม่ได้ปล่อยให้เด็กมันรอคำตอบนาน ซึงฮยอนล้วงเอาสมุดในกระเป๋าขึ้นมาก่อนจะยัดปากยองเบที่กำลังอ้าปากพอดิบพอดี หมันไส้ไง.. มีอะไรไหมล่ะ..?



“ของนาย.. ควอนจียง”


....
..



“ขอบคุณนะฮะ”



ว่าจะหันหลังกลับทิ้งมันไว้สองคนแล้วเชียว แต่เสียงเล็กๆ ที่พูดประโยคนั้นทำให้เขาต้องลังเล.. เด็กเนี่ย.. เวลาพูดขอบคุณแล้วมันน่ารักแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าวะ..



“อืม... อยากกินไอติมไหม?”



ให้ตาย.. สาบานเลยว่าเขาไม่เคยพูดประโยคนี้กับเด็กสิบขวบ..
ทันทีที่พูดจบทงยองเบที่ยังคงคาบสมุดอยู่ในปากก็เริ่มทำคิ้วขมวดเหมือนไม่เชื่อหู ขณะที่เด็กในอ้อมแขนกำลังตาลุกวาว.. นี่ถ้าทำได้คงจะสลัดพี่ชายกล้ามโตแล้วดีดตัวเข้ามาหาเขาแล้วล่ะมั้ง...


หึ.. ทำไมกรูสะใจพิลึก ?



คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าไอ้เปี๊ยกตอบว่ายังไง ?
แต่..



“แล้ว.. พี่แทบินไม่ว่าเหรอจียง?”


ยองเบพูดขึ้นหลังจากที่ดึงสมุดออกจากปากให้แล้ว.. ชื่อใหม่ในประโยคของเพื่อนทำให้ซึงฮยอนที่กำลังจะยิ้มให้จียงต้องเม้มปากสนิท.. ซาวด์เอฟเฟกต์เหมือนแผ่นเสียงถูกสแครช.. แค่นึกหน้าเจ้าของชื่อเขาก็รูสึ้กเย็นสันหลังวาบขึ้นมาซะเฉยๆ = =

“ไม่หรอกฮะ.. วันนี้พี่แทบินไม่อยู่ มีแต่พี่ซึงรีเฝ้าบ้าน..” พูดจบแล้วก็แกยิ้มให้พี่ชายใจดี.. แต่ยองเบยังไม่ยิ้มตอบ สีหน้าดูลังเลกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด... อะไร.. กูแค่จะพาน้องมึงไปกินไอติม ดูมันทำหน้าคิดหนักซะอย่างกับเขาจะจับเด็กไปขาย..


“งั้นเดี๋ยวพี่ไปบอกพี่ซึงรีให้ดีกว่าเนอะ.. เดี๋ยวพี่เขาเป็นห่วง”... หา?


“จียงไปกับพี่ซึงฮยอนสองคน..นะครับ”


..เวรล่ะกู..

สิ้นเสียงยองเบปุ๊บจียงก็พยักหน้ารับหงึกๆ นี่ครูไม่สอนว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้าบ้างเลยเร๊อะ !
ตกลงกันเองเสร็จสรร