[Short Fiction]::About us::[End part]

posted on 25 Jan 2009 20:06 by tem-gfiction

Title: About us [First part]
Status: TOP×G Short Fiction
Pairing: Choi Seung hyun and Kwon ji yong ft. YB, SR
Author: Lovely_G

NOTE:
แม่ยกเบริเลื่อนขึ้นไปดูแพริ่งนะคะ มันไม่ใช่ YB×SR เน้อ
แต่มีสองคนเข้ามาเอี่ยวด้วยเฉยๆ... อย่าโกรธกันนะฮับ โดนจีดีแอ็คแท๊ก...
http://minji-kim.exteen.com เลยมีแต่เทมจีล้วน... กันทีเดียวเชียว

เอนจอยโลดดดด~

[FIRST PART]

+++



"กูก็แค่อยากรู้...ถ้ากูยังเป็นแบบนี้เหมือนเดิม"



"แล้วมึงจะยังเป็นเพื่อนกับกูอยู่ไหม?"



...



เกิดความเงียบขึ้นชั่วอีกใจ กับคำถามที่ทำเอาซึงฮยอนแทบสะอึก
ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอทำหน้าแบบไหนออกไป
รู้อีกทีก็ตอนที่แรงรั้งที่ชายเสื้อเหมือนจะถูกอีกคนกระตุกซ้ำๆ อยู่แบบนั้น เมื่อเขาเอาแต่เงียบ


ควรจะตอบ...ว่าอะไรดี?








"มึงคิดเอาเองไม่เป็นหรือไง"



#About Us : End Part#


“มึง...คิดเอาเองไม่เป็นหรือไง”



ถ้าเพียงแต่วันนั้นเขาจะกล้าพูดอะไรมากกว่าที่พูดไป

ถ้าเพียงแต่เขาเลือกที่จะพูด...อะไรก็ตามที่ค้างคาอยู่ในใจ

ถ้าเพียงแต่คำตอบของเขาจะมากกว่าการบอกให้ควอนจียงคิดอะไรเอาเอง

ถ้าเพียงแต่ควอนจียงจะไม่ใช่คนคิดมาก

ถ้าเพียงแต่...


ควอนจียงจะไม่ได้หน้าตาดี


เชื่อเถอะว่าชเวซึงฮยอนสามารถมีความสุขได้มากกว่านี้เยอะ...



.
.
.



คำบอกรักเสียงใสแว่วลอยผ่านประสาทรับฟัง
หากแต่คำหวานนั้นทำเอาซึงฮยอนคนนี้อยากจะลุกออกจากที่นั่งนี่แต่แก่
จะอะไรซะอีก ถ้าควอนจียงจะไม่ได้เอาคำพูดของเขากลับไปคิดมากมายขนาดนั้น
แล้วดันอยากเป็นตัวเองขึ้นมาซะเฉยๆ... แล้วไง...

แล้วไงล่ะ

แล้วควอนจียงที่เคยเอาแต่ใจ งี่เง่า น่ารำคาญคนเดิมเลยกลายร่างเป็นเทพบุตรคนงามที่วันๆ เอาแต่ยิ้มให้ชาวบ้านเขาไปทั่ว จนสาวเล็กสาวใหญ่พากันอยู่ไม่สุข กันทั่วโรงเรียน
เห็นไอ้คนข้างๆ นี่มันหน้าแดงกับรุ่นพี่สาวสวยที่ยื่นดอกไม้มาให้ตรงหน้าแล้วยิ่งนึกเคือง ไม่ใช่อิจฉา...ไม่ใช่แน่ๆ

ก็แค่....


เห็นแล้วมันหงุดหงิด


ก็ไหนว่ารักน้องยูจินนั่นนักหนาไม่ใช่หรือไง
ใครที่ร้องไห้อยู่ได้เป็นสิบนาทีเพราะคนๆ เดียว
ใครที่ทำให้เป็นห่วง ใครที่ยืมตัวเขาไปซบแล้วยังเสือกทำให้หวั่นไหวจนเป็นแบบนี้...


....ใครวะ!!


สาบานทีว่ามันไม่ใช่คนๆ เดียวกันกับที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาตอนนี้...!


“ขอบคุณนะครับ” ไม่พูดเปล่ายังยิ้มซะคาหยี พอเอื้อมมือไปรับดอกไม่มาเท่านั้นเจ๊ตรงหน้านี่ก็ทำท่าเหมือนอยากจะทรุดลงไปให้ได้ เก็บอาการหน่อยก็ได้ครับคุณผู้หญิง!!


นี่ขนาดแกล้งถอนหายใจดังๆ จนมดแทบจะปลิว ไอ้เพื่อนตัวเล็กมันยังไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำเหอะ
ชเวซึงฮยอนเครียดว่ะครับ! ...พูดกันอีกสองสามประโยคพอดีกับที่เจ้าหล่อนคงหันมาเจอสีหน้าเหมือนก๊อซซิล่าหิวตับของเขา ถึงได้ยอมบอกลาทั้งที่ยังอาลัยไปได้เสียที

ให้มันได้แบบนี้... อะไรกันนักกันหนา

ไม่สนุก... ไม่สนุกเลยจริงๆ

ซึงฮยอนไปไหนมาไหนกับควอนจียงเป็นปกติจนแทบจะติดกันเป็นตังเม

แต่เพราะไอ้คำว่าปกตินี่ มันถึงทำให้เขาเห็นอะไรแบบนี้ได้ทุกๆ วัน ผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเดินเข้ามาหา ทำท่าอายม้วน ในมือมีของขวัญชิ้นเล็กๆ ยื่นส่งให้ควอนจียง พร้อมคำสารภาพน่ารักมากมายสุดแต่พวกหล่อนทั้งหลายจะสรรหา รวมวันนี้ก็ครบสามอาทิตย์พอดีหลังจากวันที่ไอ้บ้านี่ร้องไห้ แล้วนี่ก็อาทิตย์กว่าๆ แล้วที่มีเหตุการณ์แบบนี้ และมันก็ไม่ใช่แค่วันละครั้ง!


นี่ขนาดลากมันออกมากินข้าวหลังโรงเรียนยังจะมีตามมาอีก?


หันไปชำเลืองมองอีกคนที่วางดอกไม้นั่นไว้ข้างตัวแล้วเริ่มหยิบกล่องข้าวออกมาเปิดฝา แล้วนึกอยากจะจับมาเขย่าเช็คสมองสักทีสองที ทั้งที่ปกติคงจะบอกปัดสาวๆ พวกนั้น หรือเดินหนีออกไปด้วยซ้ำ... ควอนจียงคนเดิมอยู่ไหนวะเนี่ย!!


“น่ารักดีเนอะ”


พูดออกมาลอยๆ แต่ยังก้มหน้าสนใจกล่องข้าวในมือ
ชเวซึงอยอนเลยนึกหมันไส้ กลอกตาไปมาแล้วบีบเสียงเล็กๆ ล้อเลียนอยู่ไม่ห่าง... “น่ารักดีเน๊อะ~ หึ..”


“กูก็เห็นมึงว่าน่ารักทุกคน”
ใจจริงอยากจะบอกด้วยซ้ำว่าหน้าพวกเจ๊ทั้งหลายนั่น จับมาขยำรวมกันยังไม่ได้ครึ่งของเขาคนนี้เลยเหอะ!


“อืม...”


อืม
แล้วมันก็เงียบ เออ...
พอมันเป็นแบบนี้แล้วก็เชื่องไม่มีที่ติ
แต่ก็ยังไม่ปลื้มอยู่ดีนั่นแหล่ะ
ถ้าแม่งยังไม่เลิก คงเป็นเขาเองที่ได้บ้าตายเอาสักวัน...



เห็นแก่ตัวใช่ไหมล่ะ เขาน่ะ...
ทั้งที่จียงทำใจเรื่องยูจินได้แล้ว ทั้งที่ควรจะดีใจที่เพื่อนรักมีคนมาเสนอตัวดามใจให้มากมาย
ทำไมต้องคิดถึง...
คิดถึงจียงคนที่ร้องไห้จนตาบวม คนนั้นวะ...



“กินข้าวเหอะ ก่อนกูจะหมดอารมณ์กิน”


“เอียนขนาดนั้น..?”


“มันน่าไหมล่ะ”


“ฮ่ะๆ... ทำเหมือนกูเป็นแฟนมึง แล้วมีคนมาจีบไปได้”



อึ่ก...!!!!
น้ำลายเกือบติดคอ
อย่าพูดอะไรแบบนั้นแล้วเสือกยิ้มทะเล้นเหมือนไม่คิดอะไรได้ไหม
จะเอาคำตอบไหมล่ะ ไอ้ที่มึงคิดน่ะ ไม่ต่างกับความรู้สึกกูเลยเนี่ย !!
เผลอทำหน้าเหวอให้มันอยู่ไม่รู้นานเท่าไหร่
จนรู้สึกว่าทนมองยิ้มมันต่อไม่ไหวเท่านั้นแหล่ะถึงได้หันหนีไปหยิบข้าวกล่องขึ้นมาเปิดกินบ้าง ได้ยินเสียงอีกค