[One Shot]A momant in time + specail

posted on 14 Dec 2008 12:16 by tem-gfiction
Title: A moment in time
Status: One shot
Pairing: Choi Seung hyun and Kwon ji yong
Author: Lovely_G


Note : วันช็อทสั้นๆ ตามชื่อเรื่อง...ชั่ววูบ - -

เนื้อเรื่องอาจจะมึนๆ เพราะนอนไม่หลับตื่นขึ้นมานั่งเขียนตอนตีสองกว่า

อยากเอามาระบายเล่นๆ...หึหึหึ~

ปล. อย่า....คาด....หวัง


ขอบคุณค่ะ (_ _)



ไม่ว่าจะหลงเข้ามาหรือบังเอิญเข้ามาเช็ค
คุณโชคดี(?) แล้วค่ะ วันช็อทเรื่องนี้ อีดิธเพิ่มสเปเชี่ยลช่วงท้ายแล้วนะคะ (_ _)




#...A moment in time















14.30


.
.
.
.
.
.
.


ร่างโปร่งบางภายใต้เสื้อกันหนาวสีอ่อน กระชับผ้าพันคอเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้กับตัวเอง เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจเบาๆ ...ควันสีขาวขุ่นลอดผ่านริมฝีปากบางปะปนอยู่กับอากาศ... เจ้าตัวทำหน้าเบ้...




....เขาเกลียดอากาศหนาว...





มือเรียวดึงเอาผ้าพันคอขึ้นมาคลุมครึ่งหน้าอย่างหวังว่ามันอาจจะพอช่วยได้บ้างในสภาพอากาศแบบนี้... ไม่มากก็น้อย ก่อนจะกลับมาอยู่ในท่ายืนกอดอกเหมือนเดิม




ไหล่บางห่อลงเล็กน้อย...
ในยามที่สายลมเอื่อยๆ พัดผ่าน
พาเอาไอเย็นบาดผิวแก้มเนียนที่โผล่พ้นผืนผ้าถักจากไหมพรม ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มห่อตัวลงเรื่อยๆ นึกพาลไปถึงเพื่อนตัวดีที่ทำให้เขาต้องมายืนรอตากอากาศเย็นเยียบขนาดนี้ อยู่คนเดียว



ไม่ไหว...
รอนานกว่านี้คงเป็นเขาเองที่จะแข็งตายกลางโซล...





คำสบถงึมงำหลุดลอดจากเรียวปาก...
ควอนจียง เตะเท้าลงบนฟุตบาทเบาๆ อย่างอยากจะระบายอารมณ์ขุ่น ก่อนขายาวจะเตรียมก้าวฉับ ห่างไปจากจุดที่นัดเจอกับเพื่อนเอาไว้





ไอพอตสีฉูดฉาดถูกใช้เป็นเครื่องบำบัดอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม




เสียงฮัมเพลงดังขึ้นตลอดทางที่เดินผ่าน เป้าหมายของเขาคือร้านอะไรก็ได้สักร้าน ที่อุ่นพอจะให้เข้าไปหลบอุณหภูมิข้างนอกนี่ได้สักพัก เสียงเพลงข้างหูนั้นหยุดลง พอดีกับที่ร่างโปร่งเหลือบไปเจอเข้ากับร้านกาแฟบรรยากาศน่านั่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าแทบจะทันที...




เรียวขาวก้าวข้ามทางม้าลายที่พาดบนพื้นถนนแคบๆ ปะปนอยู่ในกลุ่มผู้คนมากมาย...
พอดีกับที่ไอพอดในกระเป๋าเสื้อขึ้นทำนองเพลงใหม่คุ้นหู....





“ปึ่ก!”





“ว้าย!”





เสียงอุทานสูงดังเข้าหูจนเกือบจะต้องนิ่วหน้า ทันทีที่หูฟังข้างหนึ่งหลุดออกเพราะแรงกระแทกไม่เบานัก จนร่างของอีกฝ่ายเซถลา ข้าวของที่หอบพะรุงพะรังบ่งบอกว่าพึ่งกลับจากการช็อปปิ้งที่ไหนสักแห่งมาหมาดๆ พากันหล่นกองอยู่บนพื้นฟุตบาต แม้จะเป็นเจ้าหล่อนเองที่รีบร้อนจนไม่ได้มองทาง แต่ความเป็นสุภาพบุรุษของจียงก็มีมากพอที่จะเอ่ยคำขอโทษเสียแทน



ร่างโปร่งก้มลงหยิบถุงกระดาษมากมายบนพื้นส่งให้ร่างบางของหญิงสาว ทั้งที่ใจจริงอยากจะรีบกระโดดเข้าร้านกาแฟที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตรให้รู้แล้วรู้รอด




หล่อนกล่าวขอบคุณ และขอโทษขอโพยกลับมายกใหญ่ ทำให้เด็กหนุ่มต้องยกยิ้มบางแต่ไม่นานใบหน้าขาวก็กลับมานิ่งสนิท เสียงถอนหายใจหนักๆ ดังขึ้น อีกครั้งที่ก่อให้เกิดละอองควันสีขาวบางเบา... ขายาวก้าวฉับตรงดิ่งไปหาที่หลบหนาวอย่างที่ตั้งใจไว้




ร่างโปร่งไม่ทันสังเกตเจ้าของชายเสื้อโค้ดที่ปลิวมาโดนแก้มเมื่อก้มลงช่วยเก็บของให้ผู้หญิงคนนั้น รู้แต่ว่าเขาขัดใจกับมันไม่น้อย พอลุกขึ้นหันไปมองก็เจอเพียงแผ่นหลังที่อยู่ไกลลิบปะปนอยู่กับผู้คนมากมาย...




ช่างเถอะ...




มีเรียวยกแก้วสีขาวขุ่นจรดริมฝีปาก ไอร้อน...กระทบผิว

วันนี้....มีแต่เรื่องหน้าเบื่อ

แต่อย่างน้อย...

ประสาทสัมผัสที่รับรู้กลิ่นหอมของกาแฟ กับเสียงเพลงโปรดที่ข้างหู

เท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างโปร่งยกยิ้ม...

.
.
.
.
.
.





14.30




.
.
.
.
.
.
.
.



ถ้วยกาแฟสีขาวขุ่นถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากได้รูป กลิ่นหอมลอยเข้าจมูกก่อนจะตามมาด้วยรสชาติในแบบที่เจ้าตัวชอบ เสียงเพลงจากไอพอดสีดำสนิทดังอยู่ข้างหู เพลงโปรดที่ทำให้เกิดเสียงฮัมเพลงตามเบาๆ ในลำคอ...




อากาศในร้านอบอุ่นพอที่จะถอดเสื้อโค้ดตัวยาวลงบนพนักพิง
หนีอากาศหนาวที่ไม่ชอบเลยอยู่ในร้านกาแฟร้านโปรด นับได้ว่าเป็นความคิดที่ไม่เลว...
ชเวซึงฮยอนยกยิ้มให้กับตัวเอง





แน่ล่ะ...เขาไม่ชอบฤดูหนาวเท่าทไหร่




ข้อมือที่ถูกพาดด้วยนาฬิกาเรือนสวยถูกยกขึ้นดูเวลา เข็มสั้นชี้เลยเลขสองไปเล็กน้อย ในขณะที่เข็มยาวหมิ่นเหม่อยู่ระหว่างเลขหก และเลขเจ็ด ห้วงทำนองเพลงหยุดลงพอดีกับที่ถ้วยกาแฟถูกยกขึ้นดื่มอีกครั้ง...




เปลือกตาคมเปิดขึ้นพร้อมกับการเริ่มเพลงใหม่....





กระจกใสของร้านทำให้เขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมนอกมองเห็นสภาพนอกร้านได้ชัดเจน มีผู้คนมากมายที่ริมฟุตบาท และอีกฟากของถนนทั้งทีอากาศบาดผิวเสียเหลือเกิน ทางม้าลายบัดนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินสวนกันขวักไขว่ มองไกลๆ ก็เหมือนทางเดินของจุดสีมากมายจากเสื้อกันหนาวหลากสีทั่วเมืองในฤดูนี้





รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปาก




เงินค่ากาแฟถูกวางไว้บนโต๊ะข้างจานรอง ซึงฮยอนคว้าเอาเสื้อโค้ดสีเข้มขึ้นมาสวมทับตัดกับเสื้อเชิตสีขาวสะอาดตาตัวใน ก่อนจะก้าวออกจากร้านพร้อมกับเสียงฮัมเพลงช้าๆ...






สายลมเอื่อยหน้าหนาวทำให้ปกเสื้อโค้ดถูกใช้ ปิดบังครึ่งหน้าคม ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ผู้คนบนฟุตบาทเพิ่มจำนวนขึ้นจากที่มองในร้าน อดไม่ได้ที่จะนึกสงสัยว่าคิดถูกหรือเปล่าที่เดินออกมา... ทั้งที่หลายๆ คนตอนนี้มุ่งจะหาที่หลบหนาวกันวุ่นวาย





“ว้าย!”



เสียงอุทานสูงดังขึ้นแม้จะไม่มากนักเมื่อหูข้างหนึ่งยังถูกเสียบด้วยหูฟัง แต่ก็พอที่จะเรียกความสนใจจากตาคมและผู้คนรอบข้าง เสียงเอ่ยของโทษแว่วจากผู้ชายอีกคนที่เขาไม่เห็นหน้า ทั้งคู่ก้มลงเก็บข้าวของที่กระจายบนฟุตบาท จังหวะเดียวกับที่ร่างสูงหมุนตัวเดินผ่านไป





ชายเสื้อโค้ดปลิวสะบัด...




ไม่ทัน....สังเกต





เด็กหนุ่มละสายตาจากคนสองคนก่อนจะเดินผ่านไปพร้อมกับทำนองเพลงในหู รอยยิ้มบางปรากฏอีกครั้งบนใบหน้าคมคายภายใต้ปกเสื้อโค้ด เรื่องน่าเบื่อมากมายปลิวหายกับสายลมหนาวและทำนองเพลง...






.
.
.
.
.
.
.

[# Specail]

 

 

 .
.
.
.



(Ji yong’s mode)








นักศึกษามากมายกำลังทยอยกันออกจากห้อเรียนขนาดใหญ่หลังจากหมดคาบเรียนที่กินเวลาเกือบๆ สองชั่วโมง ในขณะที่บางส่วนยังคงง่วนอยู่กับการเพิ่มลายละเอียดให้สมุดเลกเชอร์ของตัวเองที่แทบจะอ่านไม่เป็นภาษา ใครนั่งหน้าก็สบายหน่อย บันทึกเสียงอาจารย์ไว้เรียบร้อย แต่ที่แน่ๆ...คือควอนจียงคนนี้ไม่ใช่หนึ่งนั้น...




จะโทษใครก็ในเมื่อเขาติดนิสัยเด็กหลังห้องมาตั้งแต่ไฮสคูล
ถึงจะแบบนั้นก็เหอะ... เพื่อนนั้นแลคือที่พึ่งยามยาก



“มียาจ๋า~ อันนี้มันอะไรอ่ะ” น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับสายตาวิงวอนที่ยากนักจะมีคนได้เห็นปรากฏแก่สายตา ทำให้เจ้าของชื่อหันมาค้อนวงน้อยๆ เข้าให้ คนถูกค้อนทีนี้เลยยิ้มหวานแหยๆ ให้แทน นิ้วมือข้างนึงจิ้มๆ อยู่บนสมุดของหญิงสาวที่กางซ้อนกับของเจ้าตัวอีกที ยิ้มจนเหงือกแทบจะแห้งเพื่อสาวถึงได้ยอมใจอ่อน



มียาตัดสินใจหยิบสมุดของเธอขึ้นมาอ่านให้เพื่อนรักจดแทน ถึงจะถูกแทรกด้วยเสียงบ่นงุบงิบก็ตามที...



.
.
.
.



ร่างโปร่งสะบัดข้อมือครั้งสุดท้ายคลายกล้ามเนื้อในไม่กี่นาทีต่อมา
ยิ้มกว้างพร้อมกับเอ่ยคำขอบใจ หลังจากปิดสมุดในมือและเก็บลงกระเป๋า
เธอพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้นเมื่อเขายื่นข้อเสนอว่าจะแถมด้วยเลี้ยงข้าวกลางวัน



ประตูทางออกไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับคนอย่างควอนจียง เขาผ่านมันมาอย่างง่ายดายแต่กลับต้องมายืนหน้ามุ่ยเมื่อแม่เพื่อนตัวดีดันติดผู้ชายร่างสูงออกไม่ได้ซะอย่างนั้น
จียงขมวดคิ้วมองทั้งมียาและเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่ลังเลหลบซ้ายหลบขวาให้กัน แต่ดันตรงกันซะนี่
หมอนี่มันเนื้อคู่มียาหรือไงวะ...?



แถมดูคุณเธอจะกระดี๊กระด๊าเป็นพิเศษในขณะที่คนตัวสูงนี่ยังเกาหัวมึนๆ อยู่เลย สุดท้ายก็เป็นฝ่ายชายที่หยุดอยู่นิ่งๆ แล้วเชิญให้ร่างโปร่งบางของหญิงสาวออกมาก่อน เท่านั้นแหล่ะจียงสาบานสิว่าคุณหญิงมียาเธอทำหน้าเสียดายขึ้นมาทันควัน...



และตลอดช่วงเวลากินข้าวของควอนจียง เขาจะต้องทนฟังเสียงเจ้าหล่อนที่กรอกหูอยู่ไม่ขาด



“คนเมื่อกี้เค้าหล่อดีเนอะ...”


“นายเห็นไหม? หน้าคมแถมตาสวยอีกต่างหาก”



“ผู้ชายอะไร....เฮ้อ~”



และอีกนานาสารพัดคำชมที่ขานึกสงสัยว่าคิดผิดหรือเปล่าที่ดันเลี้ยงข้าวมียาวันนี้ จะชิ่งก็ไม่ทันซะแล้ว
แถมพูดประหนึ่งอยากได้มาเป็นพ่อของลูกอะไรเทือกนั้น... แล้วนี่เพื่อนเธอตรงนี้ไม่ใช่ผู้ชายหรือไง?!




ว่าก็ว่าเถอะ...เสื้อโค้ทนั่น...?



.
.
.
.




(Seung hyun’s mode)






ร่างสูงมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินสวนกันออกไปหลังจากที่สับสนทิศทางกันอยู่นาน เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยิ้มขำ แต่ที่เขาสะดุดตาเห็นจะเป็นเจ้าของเสื้อกันหนาวสีสว่างนั่น มองเห็นเพียงเสี่ยวหน้า แต่เสื้อนั่นเขารู้สึกคุ้นแปลกๆ เคยเห็น...?




คงจะ...ที่ไหนซักแห่งล่ะมั้ง?




.
.
.
.



“เฮ้...ซึงฮยอน”



เสียงเรียกดังลั่น ทำเอาคนอื่นรวมทั้งเจ้าของชื่อที่กำลังสนใจกับหนังสือในมือสะดุ้งโหยง ร่างสูงเงยหน้าขึ้นก็จะหัวเราะต่ำ เมื่อเห็นเพื่อนร่วมคณะเจ้าของเสียงนั้นกำลังวิ่งเร็วๆ มาหา



“อาจารย์ซองตามหานายอยู่ว่ะ”


คำบอกเล่าทำให้ต้องเลิกคิ้วสูง แต่เพื่อนที่กำลังย่อตัวลงหอบแฮ่กอยู่ตรงหน้าเขาดูเหมือนจะไม่มีอะไรอธิบายต่อ
มือหนาจำต้องเก็บหนังสือในมือลงกระเป๋าพยักหน้าเบาๆ...




“เดี๋ยวฉันไปแล้วกัน”



คนเป็นเพื่อนส่งเสียงตอบรับเบาๆ ก่อนจะเดินเร็วๆ หายไปกับกลุ่มนักศึกษามากมายในช่วงเลิกเรียนแบบนี้ แฟชั่นฤดูหนาวมักจะทำให้เขาตาลายอยู่เสมอ.... ซึงฮยอนใช้เวลาไม่นานในการเช็คของทั้งปากกา สมุด หนังสือที่พึ่งจะเอาออกมาได้ไม่ถึงสิบห้านาที ไอพอดเครื่องเดิมที่มักจะติดตัวถูกใช้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง



ทำนองเพลงโปรดเล่นช้าๆ ที่ข้างหู ขณะที่ก้าวเดิน…







“ปึ่ก…!!!”



“โอ๊ยย~!!!”




เสียงอุทานดังลั่นจนเขาต้องหันกลับไปมอง พร้อมกับดึงหูฟังออกจากหู ด้านหลังเขาที่ม้านั่งตัวเดิมยังอยู่ปกติดี แต่ที่ข้างๆ กันตอนนี้มีร่างของผู้ชายคนนึงกำลังกระโดดเหย็งขาเดียว ในขณะที่มือทั้งสองข้างกุมหัวเข่าข้างที่ยกจากพื้น ใบหน้าเสี่ยวเดียวที่เขาเห็นดูเหยเกแปลกๆ... ก่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าจะวิ่งหน้าตั้งเข้ามาดูอาการ




เป็นภาพอุบัติเหตุธรรมดาที่เขามักจะมองแล้วก็ผ่านเลยไป เหมือนกันคนอื่นๆ....






แต่ครั้งนี้...อะไรบางอย่างทำให้ขาของเขาไม่อยากจะเดินต่อ
เป็นครั้งแรกที่เขาเลือกจะเดินเข้าไป ไม่ใช่ผละออกมาแล้วลืมมัน...




“เป็นอะไรหรือเปล่า?” แม้จะไม่เข้าใจตัวเอง แต่ตอนนี้ซึงฮยอนกำลังยืนค้ำหัวสองร่างอยู่ตรงนี้ เป็นฝ่ายหญิงที่หันมามองเขาก่อน



“เอ๊ะ..คุณ?”



“เจอกันอีกแล้วนะครับ” รอยยิ้มบางๆ พาดบนใบหน้าคม ก่อนร่างสูงจะย่อตัวลงหาอีกคนที่ตอนนี้เอาแต่กุมหัวเขาตัวเองป้อยๆ เสียงหญิงของสาวดังขึ้น... “เพื่อนฉันเดินไม่ดูทางน่ะค่ะ...ม้านั่งมันอยู่ของมันดีๆ”



“มียา!”



“ก็นายเอาแต่เดินฟังเพลงไม่ใช่หรือไง” เธอว่าพลางกอดอก ทำให้ร่างโปร่งที่ถูกกล่าวหาย่นจมูกใส่เมื่อเธอเผลอ แล้วหันไปหาอีกคน ร่างสูงกำลังกลั้นหัวเราะเต็มที่... ไอ้นิสัยชอบเดินฟังเพลงนั่น เขาเองก็ทำอยู่บ่อยๆ... จะเรียกว่าโชคดีหรือเปล่าที่เจ้าหล่อนเธอไม่สังเกตหูฟังที่พาดคอเขาอยู่




“อย่าสนใจเลนนะฮะ คุณ... เธอสติไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ประโยคหลังนั้น......เป็นเสียงกระซิบ



คงนั้นเป็นครั้งแรกที่ได้คุยกัน และเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหน้าของเจ้าของเสื้อกันหนาวตัวนี้ชัดๆ... ใบหน้าขาวประดับด้วยรอยยิ้มทะเล้น นมองจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามขำๆ เสียงเพลงจากไอพอดของอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะถูกเร่งตั้งแต่ตอนที่มันยังอยู่ที่หูของร่างโปร่ง แต่เมื่อมันหลุดออกมา...เขาเองก็ได้ยินมันชัดเจน...






...บังเอิญหรือเปล่านะ
ที่ฟังเพลงเดียวกันอยู่แบบนี้...







กี่ครั้งแล้วที่เราอยู่ห่างกันเพียงเอื้อมมือ แต่ก็เลยผ่านมันไป
กี่ครั้งแล้วที่ช่วงเวลาสั้นๆ เล่นตลกปั่นหัวเราจนพลาดอะไรบางอย่าง...


เคยคิดบ้างไหม...
ถ้าวันนั้นนายไม่ถูกเดินชน... แล้วเลือกที่จะเดินเข้าร้านกาแฟมาเร็วกว่านั้น…จียง
หรือถ้านายยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เก้าอี้อีกฝั่งของโต๊ะนายยังว่างในขณะที่โต๊ะอื่นนั้นถูกจับจอง....ซึงฮยอน




เรา...คงได้เจอกันเร็วกว่านี้



ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เพียงเสี่ยวนาที... เหมือนกับวันนี้

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.



“เรา...เคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่านะ”





Fin....[Real]


ตัดจบดังฉับ
แล้วก้จรลี...บอกแล้วว่าอย่าคาดหวัง
เรื่องนี้มันมึน...= =


ฟิครั่วนั้น...คาดว่าอีกไม่นานนะคะ เอามาคั่นไว้ก่อน กลัวจะถูกลืม หึหึ



จบจริงๆ แล้ว...ขอบคุณทุกคนนะคะ

 

 

edit @ 21 Dec 2008 20:03:12 by +::KimJi::+

edit @ 21 Dec 2008 20:09:15 by +::KimJi::+

Comment

Comment:

Tweet

เค้าชอบอันนี้อะ
แบบได้อารมเหมือนพรมลิขิติอะ
สุดท้ายก้อเจอกันจนได้ ประมานนี้
ชอบบบบบบบบบคะ

#13 By bbtoppin (115.87.200.164) on 2010-07-05 03:11

เอ๋ออ *-*

แหม๋ชักอยากย้อนเวลาไป ณ ตอนนั้น
ให้ เห็ดเดินมาเจ๊อะกะลิงเร็วๆ ซะแล้ว อุคึคึคึคึ

ท่านพี่ขยันแต่งจังนะขอรับ =.,= อุอุอุ

#12 By SmileLuzMocca [KwonHibari] on 2010-04-18 16:17

กิ๊สสสสสสสสสสสสสสสสสส

พรหม ลิขิตตตตตตตตตตตตตตตตตต

^^

น่ารักกกกกกกกกกกกกก

ทำอะไรเหมือนกัน

นี่เขา เรียกว่า เนื้อคู่ หรือป่าววววววววว

#11 By (58.8.155.35) on 2010-03-13 17:00

เอ่อ...

งง????

ใจร้าย!!!!!

ไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำอ่า

มีต่อมั้ยคะ จะรอน้า อิอิ

#10 By chaky (110.49.186.90) on 2010-01-13 16:39

ถึงกับเม้นไม่ออกเลยทีเดียว -*-

แต่ว่าโรแมนติคดีนะค่ะ^^

#9 By ^^ (125.26.30.253) on 2009-04-08 23:36

สนุกมากๆเรยค่ะ

เนื้อเรื่องแบบว่า

ความหมายมันดีอ่ะ

#8 By v.i.p. on 2009-02-05 10:35

อ่าา

ดีใจมากเลยค่าา

มี special ให้ด้วยย

น่ารักจังอ่าา

ตอนจบดีมากๆเลยค่าา ^^

#7 By (202.12.97.115) on 2008-12-21 23:28

ดีมาก...*
*3*

#6 By GINSVIPZ on 2008-12-21 20:09

อะไร อีท้อป - -
จียง อะไร



อะไร
อะไร
อะไร กับ2 คนนี้



ผู้หญิงคนนั้น ใคร - -
ม่ามี๊ หนูค้าง ง่ะ - -*

#5 By GINSVIPZ on 2008-12-21 19:56

จบแล้วจิงๆหรอ

เหอๆ

#4 By casper75 on 2008-12-17 17:01

หือ??

คืออะไร.??

ไม่ให้แม้แต่รู้จักกันด้วยยยย



^^~

ไม่คาดหวังคะ

ไม่คาดหวังงง...

แต่ทำร้ายจิตใจกันจัง

ชิชิ...


ตอนแรกที่อ่าน..นึกว่าจียงเป็นฝ่ายร้องว้าย

แล้วคนที่ชนเป็นเทมซะอีก

ฮ่าาา...

#3 By Saffron on 2008-12-14 23:52

เค้านั่งนำตาซึม....กับ..
your smile...

my smile....and..

the time.......อึก...

#2 By gutsz (58.147.49.234) on 2008-12-14 13:45

Ahhhhhhhhhhhhhh..........

........................sad smile

#1 By gutsz (58.147.49.234) on 2008-12-14 13:41