[SF]LOVE's STORY : NC - 17

posted on 05 Dec 2008 18:41 by tem-gfiction

WARNING !!! : นิยายสั้นเรื่องนี้มีเนื้อหาไม่เหมาะกับเยาวชน (TT^TT)

และมีส่วนของชายรักชาย [Yaoi] หากรับไม่ได้กรุณาปิดหน้าเว็บหรือ Tab บล็อกนี้ไปเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

 

 

Title: LOVE's STORY
Status: Short Fiction
Pairing: Choi TOP,Kwon Leader ft. YB×SR [Big Bang]
Author: Lovely_G
Rate : Nc-17


Credit : Chan_shinwon
ขอบคุณพี่ตาลสำหรับการจุดประกายความคิดครั้งนี้ฮับ TT-TT (ซึ้งเวอร์)
เจ๊ฮับ...เฟิร์สทำสำเร็จแล้ว~!!!! kirakira.gif


เอนซีเรื่องแรก
ภาษาอาจจะมีติดขัดบ้าง
ฝากคอมเนต์กันด้วยนะคะ


ขอบคุณผู้มีอุปการคุณทุกท่านค่ะ ... hima.gif












.....ความรัก....



ทำไมใครๆ ถึงได้ปรารถนาความรักนักนะ
ความรักที่สวยงาม... เพื่ออะไร


เพื่อความสุขอย่างนั้นหรือ...
เพื่อให้ชีวิตมีแต่ความสดใส


ความรัก...
อะไรคือความรัก

...เรื่องราวของความรัก...



.
.
.
.
.
.



-LOVE’s STORY-





ปลายดินสอจรดลงบนแผ่นกระดาษค้างไว้อยู่อย่างนั้น สุดท้ายก็ละออก
ซ้ำไปซ้ำมา แต่กลับไม่มีแม้ตัวอักษรใดๆ ปรากฏให้เห็น จะกี่นาทีผ่านไปหน้ากระดาษที่ตั้งใจจะเขียนเพลงสักเพลงก็ว่างเปล่า ในหัวหนักอึ้งราวกับถูกบีบรัดจนปวดหนึบจนต้องนิ่วหน้า แล้วความพยายามสุดท้ายก็สูญเปล่าเมื่อแท่งดินสอในมือถูกปล่อยทิ้งอย่างไม่ใยดี...



ใช่สิ...
เพียงเพราะไม่มีค่าแล้ว
ถึงได้ปล่อยมันกลิ้งตกพื้นอย่างไม่คิดจะสนใจ
เพียงเพราะเห็นว่าไร้ชีวิตจิตใจ จะใส่ใจไปก็เท่านั้น

มนุษย์ก็เป็นแบบนี้บ่อยๆ ไม่ใช่หรือไง
ถึงคราวตัวเองหมดความสำคัญบ้าง จะโวยวายไปทำไม



อา....ปวดหัวชะมัดเลย...



เสียงครางหลุดออกมาเบาๆ เมื่อถูกอาการปวดเล่นงานหนักมากขึ้นทุกที
ร่างโปร่งค่อยๆ ย้ายตัวเองออกจากโต๊ะเขียนหนังสือก่อนจะเดินมาทรุดตัวลงบนเตียงกว้างอย่างหมดเรี่ยวแรง คิ้วเรียวขมวดมุ่นกับมือที่ยกขึ้นมาคลึงขมับดูจะไม่ช่วยอะไรเลย


จียงยังนอนนิ่งอยู่แบบนั้น แม้ความปวดหนึบไม่ได้บรรเทาลงแม้แต่น้อย
ดวงตาคู่สวยปิดสนิท แต่เปลือกตากลับสั่นระริก อย่างอยากจะควบคุม มือเรียวกุมหน้าผากที่ซึมชื้นไปด้วยเหงื่อ
...ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่อบอ้าว เครื่องปรับอากาศถูกปิดเหมือนกับบบานหน้าต่างทั้งหมด...



...มีเพียงเสียงถอนหายใจติดขัดดังขึ้นเบาๆ...


.
.
.




“จียง”

วินาทีที่ประสาทสัมผัสกำลังพร่าเลือน ร่างโปร่งกำลังอยากจะตัดตัวเองจากโลกภายนอก อยู่กับกลิ่นความทรมารจางๆ แต่แล้วเสียงคุ้นหูของใครบางคนก็ทำให้ร่างกายนิ่งงัน น้ำเสียงนั้นเรียกชื่อเขาเบาหวิว แต่ชัดเจน
ก้อนน้ำลายถูกกลืนลงลำคอที่แห้งผาก จียงจำต้องฝืนลืมตาขึ้นช้าๆ แต่ทันทีที่พยายามจะลุกขึ้นนั่ง ตัวเขาก็แทบจะเซวืด....หน้ามืด....



“ช...” เสียงแหบพร่าหลุดสบถแผ่วเบา



“ลุกไม่ไหวก็อยู่นิ่งๆ” เจ้าของเสียงคนเดิมพูดขึ้นหลังจากที่ดันให้คนอวดดีลงไปนอนได้ตามเดิม คนถูกบังคับได้แต่ส่งเสียงเรียกเบาๆ ขณะที่ปรือตามองอีกฝ่าย...



“ยองเบ...”


ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ให้สีหน้าเครียดๆ ของอีกคนที่กำลังยืนมองเขาอยู่ ราวกับอยากจะบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร ติดก็แค่สภาพตอนนี้ไม่อำนวยกับการโกหกแบบนั้นเท่าไรนัก


“เป็นอะไรวะ” เค้าความเครียดลอยปะปนกับน้ำเสียง ทำให้จียงต้องยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด อย่างอดไม่อยู่


“ปวดหัว...นิดหน่อย”


“นายเรียกแบบนี้ว่านิดหน่อย?!”


“ช่างฉันเถอะน่า” น้ำเสียงแหบๆ สวนกลับเบาๆ
จียงค่อยๆ พลิกตัว แล้วขยับค่อนไปหนุนหมอนบนหัวเตียงในท่าสบาย ความเงียบเริ่มปกคลุมเมื่อยองเบเองเลือกจะเงียบแบบนั้น ยืนมองเพื่อนรักนิ่งๆ หรืออันที่จริง...
ที่เขาเงียบ อาจจะเป็นเพราะกำลังกระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูก...


ไอ้คนที่บอกว่าให้ช่างมันน่ะ
อาการน่าเป็นห่วงน้อยอยู่เสียเมื่อไร



“กินยาหรือยัง”


“...”


ความเงียบกับรอยยิ้มกวนประสาททำให้ยองเบถึงกับถอนหายใจพรืด
ร่างสันทัดเตรียมจะก้าวเท้าออกไปหายาให้เพื่อนตัวดีที่ไม่รู้ว่ามันรู้หรือเปล่าว่าตัวเองหน้าซีดขนาดไหน
แต่ฝีเท้าก็ต้องชะงักเมื่อร่างโปร่งบนเตียงส่งเสียงเรียกไว้เสียก่อน



“ยองเบ”


“อะไร”


“.....เปล่า”

เสียงแหบเล็กตอบเบาๆ หลังจากนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่
แต่กระนั้นความหมายของมันก็ชัดเจนอยู่เต็มอกคนฟัง...
ยองเบถอนหายใจแผ่วเบาแล้วยกยิ้มบาง



“พี่ซึงฮยอนมันเข้านอนไปแล้ว เดี๋ยวนายก็เตรียมเข้านอนได้แล้ว พรุ่งนี้มีงาน”
คำบอกที่ทำให้คนฟังได้แต่หลุบตาลง พยักหน้ารับน้อยๆ กับประโยคกำชับ
ความอ่อนเพลียเล่นงานพวกเขาจนหมอบไปตามๆ กัน
ตารางงานแน่นเอียดจนไม่มีเวลาได้พักผ่อน



แต่ความเหนื่อยล้าทางร่างกาย
...พักผ่อนไม่นานก็คงจะหาย...
เขาเพียงแค่ต้องพักผ่อนก็เท่านั้น


.
.
.
.
.
.




ร่างสันทัดก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนตัวเองเชื่องช้าราวกับคนละเมอ
กว่าจะบังคับให้จียงที่แกล้งหลับให้ลุกขึ้นมากินยาก็เสียพลังงานไปมากโข น่าแปลกตรงที่คำขอบคุณเบาๆ คำเดียงจากจียงเรียกรอยยิ้มเขาได้ไม่อยาก แต่กว่าจะยอมให้เขากลับห้องหมอนั่นก็โอ้เอ้ให้อยู่เป็นเพื่อนอยู่นาน

กลัวจะไม่ได้หลับกันทั้งคู่เลยต้องบังคับให้มันรีบๆ นอนเสียที แล้วก็เดินกลับมานี่..



“พี่ดูมีความสุขนะฮะ”



ยองเบสดุ้ง...
คารีตวัดมองเจ้าของประโยคในทันที...อีซึงฮยอน...



เด็กหนุ่มอายุน้อยที่สุดในบ้านกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กในห้องเขา
นัยน์ตาเรียวจ้องมองมากับใบหน้าที่ว่างเปล่าไม่บอกอารมณ์
ว่างเปล่าเกินไป...
จนดูก็รู้ว่าโกหก ความว่างเปล่าแข็งกระด้างถูกใช้เป็นเพียงหน้ากาก ปิดบังความอ่อนแอ..




“ทำไมยังไม่นอน”
เสียงนุ่มเอ่ยถาม สายตาที่จ้องตอบกลับทำให้กลายเป็นซึงรีเองที่หลบสายตา
ร่างโปร่งเงียบไม่ตอบคำถาม จนร่างสมส่วนต้องถามซ้ำ

“ซึงรี..?”

“ผมแค่อยากคุยกับพี่”

“คุยอะไร”





“พี่ก็รู้ดี”


ความเงียบปกคลุม...อีกครั้งที่สบตา
ไม่มีรอยยิ้ม



“พี่ว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว”




ไม่มี...น้ำตา
แต่ทำไมถึงเจ็บจังนะ






“รักผมบ้าง...ไม่ได้เลยหรือฮะ”

...ซึงรีอยากจะเข็มแข็ง
ซึงรีไม่อยากอ่อนแอ
ซึงรีไม่ได้อยากเป็นแบบนี้...

...แต่ปลายน้ำเสียงที่สั่นเครือราวกับจะตอกย้ำความจริงทุกอย่าง...



“พี่รักจียง”


“พี่ก็รู้ว่าพี่จียงรักคนอื่น”


.........


เสียงสะอื้นดังแผ่วเบา ท่ามกลางกำแพงความเงียบงัน ยองเบรู้ว่าน้องกำลังร้องไห้ แต่ไม่ได้ฟูมฟาย
หยาดน้ำตาถูกปาดออกลวกๆ ราวกับเป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวพยายามจะสะกดกลั้น


“ผม...ฮึก...ผมรักพี่นะฮะ”





“แต่พี่ไม่ได้รักนาย”

ถ้อยคำเอ่ยสุดแสนจะเรียบเฉย
กรีดลึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ใจร้ายเหลือเกิน
ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้ต่างกันเลย..สุดท้ายแล้วก็ต้องเจ็บเหมือนกัน
ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยประโยคที่ฝังลึก...




“ไม่มีใครรักผม”




เสียงถอนหายใจเหนื่อยอ่อนดังจากอีกฝ่าย
เหมือนจะบอกแทนคำพูดว่าเหนื่อยแล้วที่จะฟัง..รำคาญแล้วอย่างนั้นหรือ




“พี่รักนายซึงรี แค่ไม่ใช่แบบที่นายต้องการ”

.
.
.



คำว่ารัก
ใครๆ ก็ต้องการ
อยากเป็นคนที่ถูกรัก อยากให้เขารัก อยากได้ยินคำว่ารัก
แต่เมื่อได้มาแล้ว
เพียงแค่มันไม่ใช่ความรักอย่างที่หวัง จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องโยนมันทิ้งไป...

อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่ามีรักไม่ใช่หรือ เพียงแค่นั้นก็น่าจะพอ





++++



“แดซองขอน้ำหน่อย!”

เสียงโทนต่ำร้องเรียกหาคนใช้ทันทีที่ก้นถึงเบาะในห้องพัก เจ้าตัวทำท่าโอเวอร์แอ็คติ้งว่าเหนื่อยเต็มอัตราแล้วจริงๆ เรียกเสียงหัวเราะดังจากคนมองได้ไม่อยาก มือหนาปาดเหงื่อที่ซึมบนหน้าผาก ก่อนจะเอื้อมไปรับขวดน้ำจากน้องชายหน้าแป้น



“ไหวไหมฮะเนี่ย”
แดซองอดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำถาม
เพราะที่ชายคนนี้พึ่งจะออกจากโรงพยาบาล แถมยังต้องขึ้นไลฟ์ขนาดนี้
แค่แรปไหวเขาก็ซูฮกจะแย่แล้ว

คนถูกถามยังคงแต้มยิ้มร่าเริงบนใบหน้าหล่อจัดเหมือนทุกครั้ง



“ฮ่า...ไหวสิไหว”



“ไหวอะไรฮะพี่ เห็นอยู่ว่าพี่เต้นพลาด”
คราวนี้ชเวซึงฮยอนถึงกับต้องรีบทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมสนิท เมื่อเสียงของซึงรีลอยมาว่าเข้าให้ อย่างออกจะแซวเล่นมากกว่า จนแดซองต้องส่งคำสนับสนุน


“ช่าย...พี่ก็เห็น”


“นิดเดียวน่า” คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ดังขึ้น ก่อนสามเสียงจะระเบิดเสียงหัวเราะกันลั่นทั้งห้อง ติดแค่ว่าคนที่พึ่งเปิดประตูเขามา ไม่มีอารมณ์ขันตามเท่าไร



“แสดงพลาดมันเป็นเรื่องสนุกนักหรือไง”

เจ้าของตำแหน่งหัวหน้าวง ปรายสายตามองคนในห้องช้าๆ ด้วยใบหน้าเรียวที่ติดจะเหนื่อยอ่อน น้ำเสียงที่พูดออกมาฟังดูเนือยๆ มากกว่าจะเอาจริงเอาจัง ถึงอย่างนั้นความเงียบก็เริ่มจะปกคลุมไปทั่วบริเวณ เมื่อตาเรียวบัดนี้หยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงของพี่ใหญ่ในวง


“ตั้งใจหน่อยได้ไหม พี่ซึงฮยอน?”

นัยน์ตาคู่สวยแฝงถ้อยคำปรามาส สบกับดวงตาคมที่นิ่งงันไปชั่วครู่ เพียงไม่นานร่างโปร่งก็เป็นฝ่ายละสายตาออก ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาเดี่ยวตรงข้ามกับที่ซึงฮยอนนั่งอยู่ วาจาที่พึ่งจะเอ่ยออกไปดูจะได้ผลชะงัด แม้คนถูกตัดพ้อจะไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา เพียงแต่เงียบไปอย่างสำนึกผิดไม่มากก็น้อย ผิดกับอีกคนที่เริ่มจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนพี่ชายเหลือเกิน



“พี่ซึงฮยอน เขาทำดีที่สุดแล้วนะฮะ” อีซึงฮยอนมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อ
เสียงของน้องเล็กไม่ได้ก้าวร้าวอย่างที่ควรจะเป็น แต่แฝงความขุ่นเคืองเอาไว้ระคนกับความผิดหวัง ท่าทีที่ทำให้มือเรียวที่กำลังยกขวดน้ำจรดริมฝีปากชะงัก



ตาเรียวเหลือบมองเจ้าของคำพูดที่ดูจะสะอึกไปในทันทีเมื่อถูกมองด้วยสายตาไร้อารมณ์


“หึ...”



เพียงเท่านั้น..
มีเพียงเท่านั้น เสียงหัวเราะต่ำในลำคอคล้ายจะเย้ยหยันอะไรบางอย่าง
ขวดน้ำที่ตั้งใจจะยกดื่นแก้ความกระหายถูกวางไว้บนโต๊ะตัวเตี้ยเบื้องหน้า ก่อนจะลุกขึ้น ใช้ขาเรียวยาวพาตัวเองออกไปจากห้อง

....ฝ่าความเงียบเหมือนตอนเดินเข้ามา....



.
.
.
.










.
.
.



“อ่า.....”


เสียงครางแหบดังขึ้นแหวกความเงียบ ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องน้ำ
มือเล็กข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมากุมแน่นที่ขมับ จียงนิ่วหน้าขึ้นเรื่อยๆ กับอาการปวดหัวบ้าๆ ที่เล่นงานเขาเมื่อคืนตอนนี้กลับมาอีกครั้ง



ปวด...
เหมือนจะระเบิด
ก่อนจะค่อยๆ บรรเทาลงช้าๆ
และหายไปในที่สุด...





ร่างโปร่งผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติอย่างช้าๆ
เหงื่อที่ซึมชื้นถูกปาดออกลวกๆ ในขณะที่อิงหน้าผากกับพนังกระเบื้องเย็นเฉียบ...
เลือกที่จะละสายตาจากกระจกบานใหญ่ เลือกที่จะปิดเปลือกตาลง...

....ไม่อยากจะมองเห็นแววตาสั่นไหวสะท้อนอยู่ในนั้น ไม่ต้องการ....





“พี่ซึงฮยอน เขาทำดีที่สุดแล้วนะฮะ”




เขารู้...
รู้ดีว่าหมอนั่นตั้งใจขนาดไหน
รู้ว่าตองฝืนมากกว่าใครๆ
แต่พลาดก็คือพลาด
สมควรที่จะถูกต่อว่าบ้างจากเขาไม่ใช่หรือ
เขาเพียงแค่ทำตามหน้าที่ เพียงแค่อยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด ดีดว่าตอนนี้ มันผิดมากนักหรือไง



.
.
.




“จียง”



ความคิดถูกตัดฉับพลัน
กับเสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคย ไม่รู้ทำไมถึงคุ้นนัก

ยองเบ...

ใช่สิควรจะเป็นยองเบ
คนที่เข้าข้างเขาอยู่เสมอ ไม่ว่ากี่ครั้งที่อ่อนแอ ก็จะอยู่ด้วยกัน
ในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตของควอนจียง
เจ้าของเสียงเรียกควรจะเป็นยองเบ ในเวลาที่เข้าเป็นแบบนี้

แต่...



“นายเป็นอะไรหรือเปล่า”



ไม่ใช่...
อา...ให้ตาย
เขาไม่อยากเจอกับใครตอนนี้...


เปลือกตาบางไหวเบาๆ ก่อนจะเปิดออกอย่างแช่มช้า
คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างรำคาญใจ จียงละหน้าผากออกจากผนังห้องน้ำ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดแต่ก็ไร้ทางหลีกเลี่ยง ....ในหัวเขายังมึนๆ...


“เปล่า...ไม่มีอะไร” เสียงแหบแห้งตอบเบาๆ เลือก....ที่จะไม่สบตา “ฉันสบายดี”


“แต่นายหน้าซีด.. ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” คำอธิบายดังจากร่างสูง
จียงไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องยกมือขึ้นมากอดอกแล้วเบียดตัวเองเข้าชิดกับผนังเย็นเยียบ เพียงแค่อีกฝ่ายสาวเท้าเข้ามา อยู่ห่างกันเพียงช่องว่างอากาศ.... จียงเบี่ยงหน้าหลบเมื่อซึงฮยอนพยายามยกหลังมือขึ้นมาวัดอุณหภูมิบนหน้าผากมน



“ฉันบอกว่าฉันสบายดี”
ความเงียบปกคลุมหลังจากสิ้นคำ
นัยน์ตาเรียวยังคงเสมองไปทางอื่น ไม่ใช่กระจก ไม่ใช่ใบหน้าคมของอีกคน
กำแพงความเงียบแข็งตัวขึ้นข้าๆ ก่อนจะถูกแทรกด้วยเสียงถอนหายใจเบาจากคนสูงกว่า



“เป็นอะไรก็บอกได้ไหม นายก็รู้ว่าฉันเป็นห่วง”
ถ้อยคำถูกเอ่ยด้วยริมฝีปากได้รูป ถ้อยคำที่เหมือนจะห่วงใยกันเหลือเกิน
แต่กลับบากลึกได้ถูกพยางค์
เมื่อไรพี่จะเลิกทำแบบนี้เสียที ซึงฮยอน
....ถ้าไม่ได้รักกัน....



จียงไม่ชอบ
เขาไม่ชอบเลย ชเวซึงฮยอนแสดงความเป็นห่วงสารพัด....กับทุกคน
ผู้คนรอบข้าง ตัวเขา น้องๆ ยองเบ
ไม่รู้หรอกว่าคนอื่นคิดอย่างไร
แต่สำหรับเขา...

ยิ่งพี่ซึงฮยอนบอกว่าเป็นห่วงกันมากเท่าไร
เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลงมากเท่านั้น

อยากจะให้มาดูแล
อยากให้เป็นห่วงกันมากขึ้นเรื่อยๆ
อยากให้รัก...เหมือนที่เขารักพี่ซึงฮยอนไปแล้ว

มันฟังดูงี่เง่า...
น่าสมเพชใช่ไหม
จียงรู้สึกเกลียดตัวเองกับความรู้สึกบ้าบอแบบนี้



เขาถึงได้พยายามออกห่าง
ถึงได้ทำเหมือนไม่ชอบขี้หน้า...ไม่อยากอยู่ใกล้ ไม่อยากงี่เง่ามากไปกว่านี้
ไม่อยากรัก...ไม่อยากคิดไปเองคนเดียว




เขากลัว....





“เลิกยุ่งกับฉันเสียที”







......ความรัก.....
บางครั้งก็โหดร้าย
แต่การถูกกลั่นแกล้งบ้างในบางครั้ง ก็มักจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นไม่ใช่หรือ





+++




เสียงฝีเท้าตนแว่วอยู่ในหู
ขึ้นมาช้าเพียงเพราะอยากจะลองใช้บันไดดูบ้าง
....ก็เท่านั้น



ระเบียงทางเดินปลอดผู้คน
ดูเปล่าเปลี่ยวเงียบเหงา



เป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับหลายเดือนที่ผ่านมา
….เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วตลอดทางของสองน้องเล็กในวง เข้าไม่ได้ยินมันมานานแค่ไหนแล้ว....
ยองเบจำได้ว่าเมื่อก่อนเข้าเคยคุ้นชินกับมันมากแค่ไหน
อดไม่ได้ที่จะหมันไส้สองคนนั้นอยู่บ่อยๆ




เขาชินที่จะฟัง....




จนเมื่อมันหายไป ถึงได้เหงาหูแบบนี้



+++


‘....เลิกยุ่งกับฉันเสียที...’

...บางครั้งเพียงแค่คำพูดไม่กี่ประโยคก็สามารถฆ่าคนได้ทั้งเป็น...

จริงหรือไม่
เข้าเองก็ไม่รู้...



แต่เมื่อพูดไปแล้ว
ก็ยากจะเรียกคำพูดนั้นกลับคืน



ถ้อยคำสั้นๆ หลุดจากริมฝีปากบาง
แผ่วเบาราวเสียงกระซิบคล้ายเอื้อนเอ่ยกับตนเอง แต่หนักแน่นจนน่าใจหาย แฝงความกระด้างเย็นชา...ควรจะเป็นเช่นนั้น...



ใช่สิ ควรจะเป็นเช่นนั้น




แล้วเหตุใดในความเป็นจริง
ถึงได้สั่นเครือนัก
ไม่มีรอยกร้าว และดื้อดึงอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาเรียวหลบต่ำ...ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาคมดุที่ทอดมองราวจะเค้นหาคำตอบอื่นในความเงียบ




เกลียด...เขาเกลียดความน่าสมเพช
เกลียด...ควอนจียงเกลียดตัวเอง



ขอบตาที่ถูกแต่งแต้มด้วยอายไลน์เนอร์ร้อนผ่าว...
ความอ่อนแอก่อตัวขึ้นเงียบๆ แต่ร้ายแรงไม่ไร้ซึ่งหยดน้ำตา
คำๆ เดิมถูกพูดซ้ำอกครั้ง คล้ายจะย้ำเตือน...


ตัวเอง



“เลิกยุ่ง... กับฉันเสียที ฉันไม่เป็นอะไร จริงๆ”




.
.
.





“นายโกหก”


ประโยคที่ตอบกลับเจือด้วยน้ำเสียงกร้าวดุ ไม่มากนักแต่ก็สัมผัสได้ไม่อยาก เรียกให้นัยน์สีน้ำตาลอ่อนต้องเงยขึ้นสบอย่างเสียไม่ได้ ทั้งที่พยายามเลี่ยงมาตลอด... แววตาอาดูรสองคู่สบประสาน เสียงทุ้มที่เอ่ยประโยคถัดมา...

พลันอ่อนลง



“อย่าพูดแบบนั้นอีก...ได้ไหม”


ฉันทำไม่ได้... ไม่มีวัน



ปลายนิ้วเรียวยาวเลื่อนสัมผัสริมขมับเล็ก...
จียงไม่ได้หลีกหนีปลายจมูกโด่ง แม้ห่างจากผิวขาวจัดเพียงห้วงลมหายใจ ระยะห่างน้อยลงเรื่อยๆ ใกล้ขึ้น....จนร้อยรุ่ม... ร่างกายทั้งร่างนิ่งงันราวกับถูกตรึงแน่นไม่ให้ขยับเขยื้อนใดๆ นอกเหนือจากเปลือกตาบางที่ปรือลงช้าๆ... พันธนการเดียวคือเสี่ยวหน้าและตาคมคู่สวยที่ทอดมอง...

คล้ายจะพึงใจกับการหยอกล้อและสัมผัสในโพรงปาก





เนิ่นนาน....
จนเมื่อลมหายใจติดขัด

ผละออก...
แม้จะเสียดายนักหนา




“เรามีเรื่องต้องคุยกัน...จียง”






+++




แสงไฟสีส้มสว่างวาบเป็นจุดเล็กๆ ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่มีเพียงแสงสลัวของโคมไฟเล็กที่หัวเตียง และแสงจันทร์สะท้อนผ่านม่านหน้าต่าง ควันสีขาวถูกละเลียดออกทีละน้อย เมื่อก้นกรองบุหรี่ยี่ห่อโปรดนั้นถูกละออกจากริมฝีปากบาง..ช้ำ

บางเบาปะปนกับเสี้ยวนึงของอากาศ เพียงชั่วพริบตาก็จางหายหลงเหลือเพียงกลิ่นบางๆ อวลอยู่ภายในประสาทสัมผัส....จืด




ตาเรียวคู่สวยเหม่อมองความมืดในยามราตรี เอนหัวอิงขอบหน้าต่าง ในสมองมีเพียงประโยคเดียวของอีกคนที่เคยบอกไว้ให้รอ...


...เรามีเรื่องต้องคุยกัน...
...คืนนี้เขาจะมา...


...หาเรา



ปลายนิ้วเรียวกำลังจะยกมวลนิคโคตินแตะริมฝีปากอีกครั้ง
แต่กลับต้องชะงักเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดห้วงคิด



มาแล้ว..?



.
.
.




ร่างสูงละมืออกจากบานไม้ที่กั้นพื้นที่ระหว่างโลกส่วนตัวของคนอีกฝากประตูกับห้องนั่งเล่น รอเพียงไม่นานเจ้าของห้องก็เปิดประตูให้เขา



ร่างโปร่งกับเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งบาง...
ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจินตนาการถึงเรือนกายภายใต้อาภรณ์เมื่อเจ้าตัวต้องแสงไฟสลัว กางเกงนอนสีอ่อนขายาวถูกสวมใส่เพื่อบดบังเรียวขา...


กลิ่นคุ้นบางๆ ลอยแตะจมูกเมื่อร่างสูงสาวเท้าเข้ามาอยู่ในห้อง สัมผัสต่อมาที่รู้สึก คืออุณหภูมิเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งองศาให้ต่ำกว่าปกติ จียงยืนนิ่งอยู่ห่างจากเขาเพียงเอื้อมือ ตาเรียวครั้งนี้ไม่ได้เสหลบ...






“มีอะไรจะคุยกับฉัน?”


“ห่างเหินจัง...”



...



ร่างสูงถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายยึดความเงียบเข้ารับ
ปลายเท้าสาวเข้าหาหนึ่งก้าว.... ร่างโปร่งไม่ได้ถอยหนี

“ก็แค่...”

อีกก้าวจนเมื่อปลายเท้าแนบชิด ดวงหน้าใสต้องลมหายใจเบา อุ่นนักเมื่อเทียบกับอุณหภูมิภายในห้อง
จมูกโด่งสวยลากผ่านเนื้อแก้มเกือบจะแนบฝัง พาริมฝีปากได้รูปไปถึงริมใบหูเล็ก



“ช่วงนี้นายทำตัวแปลกไปรู้ไหม” กระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนในทุกพยางค์ ลำแขนเลื่อนไล้สองข้างเอวบาง โอบล้อมขอบสะโพกมน เกยคางบนราวไหล่เล็กก่อจะใช้มือกดศีรษะของคนตัวเล็กกว่าให้ซบบนไหล่กว้างของตน...





ย่ามใจ..?
แต่ตัวจียงเอง...กลับยากจะขัดขืน




“เป็นอะไรไป”




คำถาม...คล้ายจะดังอยู่ในที่ไกลๆ ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วที่ถูกถามด้วยคำถามแบบนี้ อย่าถาม...ได้ไหม?




“ฉัน...ก็ไม่รู้”

เสียงแหบกระซิบแผ่วเบา
คำตอบที่เรียกเสียงถอนหายใจยาวอีกครั้งจากร่างสูง
นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว...ที่ได้ยิน




ความเงียบดังก้องในห้องเล็ก





“พี่ซึงฮยอน”


“หือม์”



“นาย..จูบฉันอีกได้ไหม”



“...จียง”


“กอดฉัน...”


นัยน์ตาเรียวช้อนขึ้นมอง
ริมฝีปากบางเผยอออก...
ปลายน้ำเสียง...สั่นไหว



กำลัง...เรียกร้อง




“ได้ไหม”

.
.
.

 

ลมหายใจอุ่นต้องลำคอระหง ร่างโปร่งไหวตัวเพียงเล็กน้อย
ปลายจมูกโด่งลากผ่านกรามเล็กแผ่วเบา หยุดไว้ที่ข้างแก้ม โน้มริมฝีปากเข้าหา...



..บดเบียด




...ลำแขนประคองกายบางไปยังเตียงกว้างขาวสะอาดตา
การตอบรับคำขอรังให้ลมหายใจติดขัดกลายเป็นเสียงหอบหายใจระริน....




ปลายเท้าเล็กจมลึกบนผ้าปูเตียงยับยู่ยี่ ขาเรียวยกชันสูงนั้นสั่นระริก..
เสียงหอบหายใจของร่างโปร่งดังถี่และหนักขึ้นเรื่อยๆ ยามที่ร่างด้านบนขยับกายเร่งทวีแรงจังหวะตามอารมณ์ตัณหา ตาเรียวเล็กปิดแน่น จียงนิ่วหน้าจากแรงเสียดสีเบื้องล่าง ในหัวมีเพียงสีขาวโพลน..



....กายบางถูกโถมเข้าหาครั้งแล้วครั้งเล่า ความเจ็บแล่นจนจุกร้าว แต่หาได้ปริปากเอ่ยห้าม....






กลัว...
กลัวว่าสัมผัสนี้
สัมผัสที่โหยหา
...จะหยุดลง







เม็ดเหงื่อชื้นไปทั่วร่าง
ตาคมปรือมองร่างในอ้อมกอด มือหนาไล้ไรผมชื้นให้พ้นดวงหน้าเรียว เขามองเห็นเรียวคิ้วเล็กดึงเข้าหากันเป็นปมแน่น สีหน้าทรมานฉายชัด หยาดน้ำตาซึมชื้นบนขอบตาเรียวที่ปิดแน่น ความสงสารแล่นจับใจยามเรือนกายสะท้านไหว หากแต่ไม่อาจหยุดรั้งสิ่งใดได้แล้ว....




เรียวแขนของคนเบื้องล่างวาดเข้าหาราวไหล่กว้าง เพียงหวังจะหาที่ยึกหลัก
แผ่นหลังเล็กแอ่นโค้งเกร็งไปทั่วร่างกาย ความเจ็บปวดนั้นสาหัสแต่ความปรารถนาตีขึ้นจนไร้หนทางจะเหนี่ยวรั้ง
เสียงหอบพร่าฝืนเอ่ยคำแม้ลมหายใจแทบจะขาดหาย...




“กอดฉัน....อย่าปล่อย มากกว่านี้....ได้ไหม... อ...!”



เจ็บ...



“I will”




ลมพายุแห่งความต้องการโหมพัดทำร้าย...จนบอบช้ำ
สิ้นแรงกำลัง...

...ค่ำคืน
แสนยาวนาน...



....กอดฉันเอาไว้....





“จียง...โกรธฉันหรือเปล่า...?”

...ดวงหน้าขาวส่ายปฏิเสธ ตาเรียวหลุบต่ำแม้ยามหันหลังให้
เรือนผมชื้นถูกสัมผัสจากคนเบื้องหลัง...

“เกลียด..?”

“เปล่า”

“แล้วรักฉันไหม”

...


“ฉันคิดไปเองได้ไหมว่านายรักฉัน” ลำแขนโอบรอบกายบาง
กดจูบลงบนริมขมับเล็ก ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มยามมองใบหน้าของคนที่พึ่งจะเข้าสู่ห้วงนิทรา




“ฉันรักนาย...จียง”





+++





ร่างโปร่งของคนอายุน้อยที่สุดในบ้านกำลังยื้อยุดผ้าขนหนูผืนเล็กอยู่กับคนตัวโตที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ใหญ่ ดูอย่างไรก็ไม่ต่างจากเด็กกำลังแย่งขนมกันซักเท่าไร เว้นแต่หน้าตาและอายุ ดูจะห่างจากคำนั้นไปมากโข



“ออกไปข้างนอกเถอะซึงรี พี่ทำเอง”


“ได้ไงฮะ ขืนปล่อยพี่ทำ พี่จียงคงอาการหนักกว่าเดิมแน่ๆ”

“แต่นายยังเด็ก!”


“ก็แล้วมันเกี่ยวอะไรกันฮะ!! กะอีแค่เช็ดตัวเนี่ย…”

ประโยคในท่อนสุดท้ายของคนอายุน้อยกว่าฟังเหมือนจะบ่นอุบอิบกับตัวเองมากกว่า
แต่คนถูกย้อนกำลังสะอึกอย่างหาทางออกไม่ถูก..
นั่นมันไม่ใช่ประเด็น...



ผ้าขนหนูที่เคยถูกแย่งไปมาจนเกือบได้ขาดเป็นแนวถูกคนไวกว่าดึงหลุดจากมือหนาโดยอาศัยจังหวะคนตัวโตกำลังเถียงไม่ออก ซึงรีจักการจุ่มผ้าผืนนั้นลงในกะละมังน้ำเล็กๆ และไม่ทันที่ซึงฮยอนจะได้ห้าม ผ้าห่มผืนโตที่เคยคลุมร่างโปร่งบนเตียงจนมิดถึงคางถูกเลิกลงถึงแผ่นออกบาง...


...เปลือยเปล่า




เท่านั้นคนจะทำหน้าที่เช็ดตัวให้คนป่วยถึงกับหน้าร้อยฉ่าขึ้นมาฉับพลัน
ไม่ใช่เพราะผิวขาวจัดที่สะท้อนแสงแดด แต่เพราะร่องรอยที่ปรากฏบนเนื้อผิวนั้นบอกทุกอย่างโดยไม่จำเป็นต้องคาดเดา ซึงรีกระพริบตาช้าๆ ก่อนจะเสมองไปยังพี่ชายที่คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุ ซึ่งบัดนี้ใบหน้าหล่อคมของซึงฮยอนคนโตกำลังแดงเถือกไปถึงไหนต่อไหน




อ้อ...
ที่รู้ว่าพี่จียงป่วยเป็นคนแรก...
ที่ลุกขึ้นมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้นด้วยซ้ำเพื่อผ้าขนหนูแล้วก็ต้มน้ำ..
ที่กำชับไม่ให้บอกใครในบ้านตอนที่เขาเข้าครัวไปเจอเข้าพอดี...


เพราะแบบนี้..?



ร่างสูงโปร่งแสยะยิ้มหัวเราะแห้งกลบเกลื่อน ผ้าห่มผืนเดิมยังคามือถูกดึงให้อยู่ตำแหน่งเดิมที่ควรจะอยู่ ซึงรีลุขึ้นช้าๆ แล้วเอาผ้าขนหนูเปียกน้ำยัดใส่มือพี่ชายคนโตลวกๆ



“ผมว่าผม...ไปหายามาเตรียมให้พี่เขาดีกว่านะฮะ ตัวร้อนจี๋ ฮ่ะๆ...”




บานประตูถูกปิดลงช้าๆ หลังจากที่ขาเรียวยาวก้าวออกมาพ้นเขตห้องของหัวหน้าวง
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเก้อๆ ตอนนี้ก็สายแล้ว...พี่แดซองคงจะไม่อยู่บ้านแล้ว
ซึงรีสาวเท้ากลับเข้าไปในครัว แต่ภาพตรงหน้าทำให้จำต้องชะงัก


ร่างสมส่วนคุ้นตากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับตู่เย็นในครัว



“พี่ยองเบ...”




ร่างโปร่งไม่เข้าใจ..ทำไมเพียงแค่อยากจะเอ่ยทักทายถึงได้ยากนัก...
เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก...ดูเหมือนจะนิ่งไปเล็กน้อย


“ซึงรี”


“อรุณสวัสดิ์ฮะ”


“อืม” เสียงทุ้มตอบเบาๆ ก่อนจะหลุบนัยน์ตาลง แล้วก้มมองสภาพภายในตู่เย็นอีกครั้ง มือหนาเลื่อนจับกล่องนู่นนี่ไปมาพลางขมวดคิ้ว ซึงรีอยากจะเอ่ยปากถาม แต่ขากรรไกรมันดูจะทรยศเสียเหลือเกิน ราวกับร่างกายพยายามต่อต้านทุกครั้งที่อยากจะพูดคุยกับคนตรงหน้า



เปลือกตาบางหลุบลงพร้อมกับความพยายามสุดท้าย “พี่ไม่ได้รักนาย”
คำนี้ควรจะท่องจำให้ขึ้นใจใช่ไหม แม้จะคิดว่าชาชินแล้วที่จะได้ยิน
แต่ก็ยังกลัวที่จะฟัง



ถึงจะเป็นแบบนั้น...เพียงแค่บทสนทนาธรรมดา
คงไม่เป็นไร..



“พี่ฮะ”



“บ้านเรามียาแก้ปวดบ้างไหม..?”



..
.
.



อย่างน้อยพี่ก็ยังคุยกับผม


ประปุกยาเล็กๆ สีขาวถูกยื่นส่งให้ ร่างโปร่งรับมันมาพลางวาดยิ้มเล็กๆ บนริมฝีปาก


“จะเอาไปทำอะไร...ปวดหัวหรือไงเรา” คนเป็นพี่เอ่ยถาม อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วอย่างนึดสงสัย
โดยเฉพาะยามที่อีกฝ่ายนั้นดวงหน้าขึ้นสีราวกับกำลังพูดเรื่องหน้าอายไม่ผิด เปลี่ยนยิ้มบางเป็นยิ้มเก้อให้ได้เห็นแทน เจ้าตัวส่ายหน้าปฏิเสธ...แต่ก็ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม



ยองเบเองก็ไม่ได้นึกจะถามให้มากความ
ยานั่น...ของจียง แต่เพราะมันอยู่ที่เจ้าตัวแล้วกลัวจะกลายเป็นชุดประดับหัวเตียงไปเปล่าๆ ถึงจะเครียดจนอาการปวดหัวกำเริบหนักเจียนตายยังไง ถ้าจียงไม่กินก็คือไม่กิน ถึงได้เอาไว้ที่เขา...ถึงเวลาค่อยเอาไปบังคับกรอกปากมันนั่นละ

แต่ซึงรี...



“แน่ใจหรือเปล่า ว่าไม่เป็นอะไร” ถามซ้ำอีกครั้งเพราะอยากจะแน่ใจ
คำตอบนั้นเหมือนเดิม ยองเบพยักหน้ารับลังเลอยู่เล็กน้อยแต่มือหนาก็ค่อยๆ เลื่อนไปขยี้กลุ่มผมสั้นดำขลับเบามือ...



ซึงรีดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังยืนนิ่งอยู่แบบนั้น
สุดท้ายประโยคที่คิดแล้วว่าไม่อยากจะพูด ก็หลุดจากริมฝีปาก..




“ไม่ว่ายังไง..ก็จะรักแต่พี่จียงใช่ไหมฮะ”

“นาย...”

“ผมแต่อยากจะถาม... ถ้าพี่จียง...”

“...”

“ถ้าพี่เขารักกับพี่ซึงฮยอน ถ้าพี่จียงไม่มีทางเป็นของพี่...”



“ยังจะรักเข้าอยู่อย่างนั้นหรือฮะ”


นัยน์ตาสีอ่อนมองสบ
ความเงียบไร้สีจับจองพื้นที่เนิ่นนาน ก่อนร่างสันทัดจะผ่อนลมหายใจบางเบาปะปนกับอากาศ



“ถ้าพี่บอก...ว่าพี่ไม่มีทางรักนาย ถ้าพี่รักกับคนอื่น..”


“นายจะเลิกรักพี่ไหม”

....ปลายนิ้วปาดหยดน้ำตาในที่รื้นลงบนเนื้อแก้มของร่างโปร่ง…

“ฟังพี่นะซึงรี...พี่ไม่ได้จะให้ความหวัง แต่ถ้าพี่เลือกได้พี่ว่าพี่คงมีความสุขกว่านี้ถ้ารักนาย
แต่พี่ไม่รู้....ไม่รู้ว่าจะเลิกรักเข้ายังไง”



“รอผมสิฮะ...รอให้ผมโตกว่านี้ก็ได้ ผมเปลี่ยนใจพี่ได้แน่ๆ”




ความรัก...
ถูกสร้างพร้อมกับการรอคอย
ไม่มีกำหนดการแจ้งล่วงหน้า ว่าเมื่อใดจะสิ้นสุด
แต่หลังคำว่ารอมักจะมี ของขวัญ ซ่อนอยู่เสมอไม่ใช่หรือ


เพียงแค่พิสูจน์ตัวเองว่าควรคู่จะได้รับสิ่งใดก็เท่านั้น






+++





เปลือกตาบางกระพริบเบาๆ เมื่อห้วงนิทราถูกแสงแดดยามเช้ารบกวน
ร่างโปร่งนิ่วหน้าทันทีเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกแรกที่ถาโถม ยิ่งแล่นจุกเมื่อฝืนกายขยับ
ริมฝีปากเผลอหลุดเสียงครางฮือ ก่อนจะเม้นแน่น...
เรียวแขนเอื้อมไขว่คว้า...ใจกระตุกวูบเมื่อว่างเปล่า

เหลือเพียงไออุ่นบนพื้นที่ข้างตัวเท่านั้นหรือ...






ทุกสัมผัสบนร่างกายยังชัดเจน




ทุกการกระทำ




สายตาที่จับจ้อง




มีเพียงสิ่งเดียวในความทรงจำที่พร่าเลือน
คำบอกรัก...หวานหู
หรือเพียงแค่...ฝันไป


ฝัน...



“จียง”


พี่ซึงฮยน..?



“ตื่นแล้วเหรอ”



ไม่ใช่ฝัน...



ความรัก...
แม้คิดว่าไม่ได้รับไม่ได้สัมผัส...ก็อย่าละเลย
ความรักยินดีเดินเข้าหา เพียงแค่สัญญาว่าจะดูแลมันเป็นอย่างดี





-LOVE’s STORY…. END-






เป็นช็อทฟิคตอนเดียวที่ยาวถึงสามสิบเอ็ดหน้า... why.gif
ขอบคุณทุกคนค่ะ


เรื่องหน้า...จะกลับมารั่วให้ดู
ขอเวลาพักฟื้นนิด...


see ya.... sleep.gif

 

ปล. จริงๆ แล้วความรักไม่ใช่เรื่องที่เฟิร์สรู้ดีอะไรมากนัก

บางอย่างในเรื่องก็เชื่อได้บ้างเชื่อไม่ได้บ้าง...

แค่การมองความรักร้ายๆ ในทางบวก มองโลกในแง่ดีเกินไปรึเปล่า...ฮ่า...

แต่ซักครั้งถ้าจะลองมองอีกด้านดูบ้าง ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน... ไม่ใช่หรือ..??

 

 

 

edit @ 5 Dec 2008 19:43:50 by +::KimJi::+

edit @ 6 Dec 2008 09:08:13 by +::KimJi::+

Comment

Comment:

Tweet

คิๆ มันได้ฟีลเหมือนชีวิตจริงเลยอะ!!
เทมจีต้องมีซัมติงรองแบบนี้ชัว~ *มโน*
เทมจีไปแล้ว เบิริฉันละะะ ;__;
สนุกมากค่าไรต์~ ^^

#31 By First (103.7.57.18|58.9.122.102) on 2012-10-06 15:56

สนุกมากค่ะ ชอบ  ๆ ๆ
จียงน่ารักอ่ะ ^^
ซึงริแอบน่าสงสารอ่ะ

#30 By T.Be PiKaJuN on 2012-05-26 22:04

เยี่ยม!! อ่านเเล้ว

ไรเตอร์ สู้ๆ นะคะ เเต่งอีกๆ นะค่ะ

#29 By mod vip (110.49.124.147) on 2010-10-15 01:20

ชอบลักษณะของการบรรยายมากเลยค่ะ

น้อยคำที่แสดงถึงความรัก แต่ละเอียดยิบเวลากล่าวถึงการกระทำ

คอมเม้นท์ช้ามาก แต่ออกมาจากใจ

ชอบจริงๆค่ะ

#28 By ปาย (125.24.236.240) on 2010-10-02 22:41

หนุกดี

#27 By title (125.24.106.136) on 2010-08-23 03:08

อ่าาา
หนุกจัง^^ จบแร้วหรอ-.,-
อยากอ่านอีก!!

คลั่งปู่เลยเหอะ น่ารักจัง
แต่จี้ไข้ขึ้นเรยนะ
น่าสงสาร


มีตอนต่ออีกมะ ชอบๆมากมายอ่า
ลึกซึ้ง

".,"

#26 By Fur immer" (110.49.153.102) on 2010-07-01 17:24

สามสิบเอ็ดหน้าเลยเหรอ

อ่านไม่รู้ตัวเลยอ่าT_T

สนุกมากคะ

อยากให้มีภาคต่ออ่า.....นะคะ

#25 By ninin (203.144.130.176) on 2010-06-02 15:02

เอ้อ...

อ่าน SF ของท่านพี่แล้วทำให้รู้ว่า
พี่แต่งฟิคเศร้าโคตรเก่งเลย ^O^ (ขออภัยในความไม่สุภาพ)

อ๋า สงสารเบริ น่อออ T_T

กระซิกๆ

#24 By SmileLuzMocca [KwonHibari] on 2010-04-17 20:31

อร๊าย ย ย ย ย ~!!

ชอบมากค่ะ ๆ ><

#23 By --V.I.P~!๓€ (110.164.242.125) on 2010-03-26 10:43

สงสาร ซึงรีอ่ะ แงๆๆๆ
พี่เบ้อ่ะ

#22 By wallabiezzz (203.144.180.65) on 2010-02-26 19:00

ยาว ว ว คอดดดด

แต่ขอบอกแบบนี้แหละที่ต้องการ

อะไรเหรอ? ฟิคยาวๆ หรือ ฟิคแนวนี้

ขอบอก ทั้งสองอย่างเลย

แนวนี้ถ้ามีโอกาศแต่งอีกนะ ไร้ทเตอร์ double wink

#21 By SNG (61.91.205.162) on 2010-01-15 23:46

เฮืออกกกกก ชอบบบบบบ


เขินหนักกว่าเก่าอีกตรู

#20 By Mini on 2009-11-16 18:18

Very nice site!

#19 By orrpiety (208.70.148.53) on 2009-09-29 08:28

อยากรู้คู่แบริจะเป็นไงต่อ

ดีใจกับเทมป์จีด้วย


ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆเรื่องนี้นะคะ

#18 By jingjogie (125.26.98.123) on 2009-04-25 10:36

สงสารซึงรึจัง

ยองเบทำไมปล่อยให้น้องเค้า

"รัก"อยู่ข้างเดียวล่ะ ฮือๆ

#17 By (125.27.88.114) on 2009-03-21 22:42

อืม..แต่งเอ็นซีครั้งแรกหรอ...
ก็...ดีอ่า ชอบๆ
ไม่บรรยายมากขนาด
-//////////-"
แต่ก็ลึกซึ้ง เข้าใจอ่า
ชอบๆ ดูสุภาพดีนะ^^

ชอบความคิดการรอคอยของซึงรีอ่า

ประโยคสุดท้ายก็ชอบนะ
ที่ว่าจะดูแลมันอย่างดีนะ

สรุป...
ชอบเรื่องนี้>////<"

ขอบคุณมากนะ
แต่งมาให้อ่านอีกนะ>3<

#16 By 13u17e (114.128.248.18) on 2009-02-17 20:08

อืม..แต่งเอ็นซีครั้งแรกหรอ...
ก็...ดีอ่า ชอบๆ
ไม่บรรยายมากขนาด
-//////////-"
แต่ก็ลึกซึ้ง เข้าใจอ่า
ชอบๆ ดูสุภาพดีนะ^^

ชอบความคิดการรอคอยของซึงรีอ่า

ประโยคสุกท้ายก็ชอบนะ
ที่ว่าจะดูแลมันอย่างดีนะ

สรุป...
ชอบเรื่องนี้>////<"

ขอบคุณมากนะ
แต่งมาให้อ่านอีกนะ>3<

#15 By 13u17e (114.128.248.18) on 2009-02-17 20:08

อ่านรวดเดียวจบ
หนุกค่ะ อยากได้แบบ
ตบจูบอ่ะ

#14 By jan (118.173.218.29) on 2009-02-04 08:28

อยากอ่านBaeriอีกหง่ะ...ฮึกๆ

#13 By Wen (67.159.44.159) on 2009-01-26 21:03

เก่งจัง♥

#12 By NaEZ (125.25.102.148) on 2009-01-24 18:41

สนุกมากค่ะ ชอบจียง version นี้จัง

#11 By takara on 2008-12-19 02:57

สงสารซึงกะแทแฮะ

รักที่ไม่สมหวัง

สู้ๆหล่ะ

^^

#10 By casper75 on 2008-12-17 17:33

ชอบบบบบ มากมากเลยงะะะะะ

นี้ขนาดเรื่องเเรกที่เขียน เอน ซี นะคะเนี่ย

เเต่พี่บรรยาย ได้ โดนใจเรามากมายเหอะ

ชอบบบบบบบบ ที่จียงมานเเกล้งเข้มเเข็งงงงงง

เออ มีต่อป่าวงะ อยากอ่านคู้่ ยองเบ กะซึงริ นะคะ

จะรอนะ อิอิ

#9 By k-kwan (124.121.167.134) on 2008-12-12 01:00

สวัสดีจ้า ผ่านมาอ่านฟิคเทมจี
ภาษาเลื่อนไหลดีค่า รุ้สึกมันอินไปกะจี แต่มีบางประโยคที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดต้องอ่านซ้ำอีกรอบถึงจะรู้อ่ะ
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
ขอบคุณที่แต่งฟิึคให้อ่านหลายๆแนวจ้า

#8 By piya (64.254.116.14) on 2008-12-11 17:24

ไอ้เตี้ยล่ำน่าปล้ำทำกับน้องซึงแบบนี้ได้ไงวะ -0-
สงสานน้องมัน ฮือออออออ
ได้กันแล้วก็บอกรัก ฮ่าๆๆ
ชอบจริงๆแบบนี้
แบบนี้ต้องมีขอสอง
ก๊ากกกกกกกกกกกก
ยาวๆๆเลื่อนเม้าตามได้ เอิ๊กกกก
ชอบดี เหมือนจะจิตๆเล็กน้อย ~

#7 By zσмвіε' on 2008-12-10 02:48

ชอบค่ะ

สนุกมากเรย

แต่งเยอะๆยิ่งดี
แบบนี้ ชอบ

สงสารซึงรีอ่า
รักเค้าข้างเดียว
เท็มจีนี่ไม่ต้องพูดถึง
จาโหดจาซึ้งก้อชอบหมด
อิอิ

#6 By ^ ^ (125.25.20.247) on 2008-12-07 18:21

ยาวสะใจประชาชนอย่างแรงค่ะ

สงสารน้องเล็ก

แต่ยองเบมีเหตุผลที่ดี(ชิบ...)

แต่น้องมั่นครับผม

พี่รอผมโตก่อนเหอะ...ประมาณนั้น

ส่วนคู่ลีดเดอร์...

กว่าแกจะบอกรักกันนี่

ทำเอาทั้งวงเกิดบรรยากาศตึงเครียด

ชเวท็อป...รบกวนถนอมจียงหน่อยเหอะ

นี่ถึงขนาดไข้ขึ้นเลยนะเฟ้ย...ชิ

#5 By pukpods on 2008-12-07 08:02

สามสิบเอ็ดหน้า... confused smile

ไม่เป็นไรๆ เลื่อนสกอร์บาร์ตามได้ 555+

สงสารน้องอี ยองเบอ่า...ใจร้ายว่ะ

เท้ม..ทำหัวหน้าไข้ขึ้น เหอะๆ
แล้วแกแข็งแรงแล้วรึไงอ่ะ ถึงได้มีแรงจู๊ฮุกกรู๊ได้

เอิ้กๆๆๆๆๆ

สู้ๆนะจ๊ะconfused smile

#4 By ~WIwIZARD~ on 2008-12-06 17:14

อ่านผ่านๆ ดูแย้วว >/////<








กรี๊ดดดด !







(เข้าใจนะหมายถึงอะไร... หึหึ)





แต่งอีก ชอบ 555+



ปล.ดูแวมพายมา หล่อชิบหาย กรี๊ดดด !

คิดถึง!

#3 By GINSVIPZ on 2008-12-05 21:13

อ๊า
ขอโทดนะคะ
ไรท์เตอร์ มันซ้ำกันช่วงนึงอ่ะค่ะ
ไม่ทราบว่าตั้งใจรึเปล่าคะ

ตรงฉากที่เทมจูบกะจีอ่ะค่ะ

เราเห็นมันมีซ้ำกันสองทีอ่ะ

#2 By kubkang (202.12.97.115) on 2008-12-05 20:33

อ๊าา คอมใช้ได้แล้วเหรอคะ

ยินดีด้วยค่าา

คิดถูกจริงๆที่ลองเปิดเข้ามาดู

big smile

#1 By kubkang (202.12.97.115) on 2008-12-05 20:25