[Fic]Oh My Leader P.7

posted on 16 Nov 2008 10:47 by tem-gfiction

Title: Oh My Leader Part 7
Status: Fic
Pairing: Choi TOP,Kwon Leader ft. YB×SR [Big Bang]
Author: Lovely_G

 

TALK: พาร์ทเจ็ดแล้วค่ะพี่น้อง
พาร์ทนี้อ่านไตเติ้ลแล้วคาดว่าคงไม่มีใครอยากจะคลิ๊กเข้ามา โดยเฉพาะคนเชนต์ซิทีฟ อ่ะหึ - -
ทรมารกันอีกแล้ว กรั่ก~
ล้อเล่นค่ะ ไม่ขนาดน้าน มันก็นะ ขำๆ (เร๊อะ)
พาร์ทนี้สั้นค่ะ ขอเตือนล่วงหน้า (ห้ามาบ่นด้วย -3-)

 

Enjoy~

 

PART 7

 

นัยน์ตารีทอดสายตานิ่ง ราวกับมีสิ่งใดน่าสนใจนักหนาบนท้องฟ้าว่างเปล่า...
รอยยิ้มมุมปากกระตุกขึ้นเย้ยหยันเมื่อไม่สามารถหาเหตุผลดีๆ ของการลุกออกมาจากโต๊ะอาหารได้ซักข้อ

 


พยายามจะบอกตัวเองว่าไม่มีอะไร นอกเหนือจากการไม่อยากให้ไอ้เพื่อนตัวดีมันต้องอดข้าวขึ้นมาจริงๆ ก็เท่านั้น
แต่คนอย่างทงยองเบก็โกหกไม่เก่ง เกินกว่าจะสามารถหลอกตัวเอง
เสียงของซึงรีที่ได้ยินเมื่อคืนยังคงวนเวียนชัดเจนในหัว ยิ่งกับภาพหัวหน้าวงกับน้องเล็กที่โลมเลียกันจนเห็นเป็นเรื่องชินตา วันนี้กลับทำให้เขากำลังฟุ้งซ่านกว่าที่เคย...

 


ทั้งที่คิดว่ารักเป็นสิ่งที่น่าชิงชังที่สุด หลังจากสูญเปล่ากับการมอบมันให้จียง แต่ทำไมกลับยังรู้สึก
ทั้งที่คิดว่าตัวเขาเองยังไม่พร้อมที่จะรักใครซักคน แล้วเหตุใดจึงได้หึงหวง
ในตาหม่นหลุบลงช้าๆ ผ่อนความรู้สึกกับสายลมเย็นๆ ที่ต้องผิวหน้า ชั่วครู่ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นใหม่อีกครั้ง ปล่อยให้คำถามมากมายที่ไม่สามารถจะหาคำตอบปลิดปลิว...

 

 

ยิ่งคิดรังแต่จะยิ่งบ้า...
.....ความรัก...ความลับของพระเจ้า....

 


ร่างสันทัดหมุนตัวกลับจากระเบียงเมื่อคิดถึงตรงนี้
สิ่งที่รออยู่อาจเป็นปัญหามากมาย ที่จำต้องเผชิญเมื่อไร้ทางนี้...

 

 


แต่เขาก็ไม่ได้คิด...
.....ว่าต้องเจอกับมันเร็วขนาดนี้....

 

 

“ซึงรี”

 


ชื่อของบุคคลตรงหน้าถูกเอ่ยขึ้นแผ่วเบาบนริมฝีปากหยัก ด้วยน้ำเสียงนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นนักร้องนำ ตารีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับปลายเท้าที่นิ่งงันฉับพลัน เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่ถูกเรียกชื่อ...

 


ซึงรีดูมีท่าทางตกใจไม่ต่างกัน ก่อนเจ้าตัวจะแปรเปลี่ยนให้รอยยิ้มโชว์เขี้ยวฉาบบนใบหน้าตามแบบฉบับของน้องเล็กอีซึงฮยอน แล้วสาวเท้าเข้าไปยืนข้างๆ พี่ชาย เอ่ยประโยคด้วยริมฝีปากเรียว

 


“กับข้าว...ไม่อร่อยหรอฮะ?”

 

ประโยคคำถามแสนธรรมดา แต่กลับจี้คนถูกถามเหลือเกิน

 


“อ้อ...เปล่าหรอก ก็อร่อยเหมือนทุกๆ วันนั่นแหล่ะ”

 


“พี่โกหก!” เสียงตอบกลับติดจะกร้าวดังขึ้นแทบจะทันทีที่จบประโยคของคนเป็นรุ่นพี่ ทำเอายองเบผงะ แต่ประโยคต่อมากลับอ่อนลงจนน่าใจหาย “ก็ถ้ามันอร่อย...ทำไมพี่ไม่กินให้หมด”

 

เท่านั้นคนเป็นพี่ก็ถอนหายใจพรืด... ก่อนจะเอ่ยคำแก้ตัวที่พอจะนึกได้...
“พี่แค่ไม่อยากให้จียงมันอดข้าว...พี่ไม่ชอบ”

 

“.....นั่นสินะฮะ พี่ท๊อปก็คงไม่ชอบเหมือนกัน”

ผมเอง...ก็ไม่ชอบ....

 

ความเงียบโปรยตัวเมื่อสิ้นคำตอบรับ
มีเพียงเสียงถอนหายใจที่ปะปนกับสายลมบางริมระเบียง ซึงรีพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงได้เป็นที่โปรดของพี่ชายคนข้างๆ นี้นักหนา เด็กหนุ่มค่อยๆ ผ่อนคลาย ก่อนจะเลือกตัดสินใจบางอย่างเงียบๆ คนเดียว

 


“พี่ยองเบ...”

 

 

“หือ...”

 


“ผม...มีอะไรจะบอกพี่ฮะ”

 


จบประโยคสายตารีที่ทอดมองออกไปไกลกลับตวัดมามองคนพูดทันที ....ผมมีอะไรจะบอกพี่ฮะ....
เสียงละเมอเหมือนจะแว่วเข้ามาอีกครั้ง จนนัยน์ตาสีหม่นสั่นวูบ....

'ฮยอง....ฮะ’  ‘บ....ยองเบ....ฮยอง….’

 


“ผม.....ผมน่ะ.....”

 


“พอเถอะ”


เสียงนุ่มกร้าวขึ้นจนคนฟังชะงักค้างทั้งที่ยังพูดไม่จบ และกำลังพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของคำพูดที่ดูเหมือนจะพึ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป มือหนายกขึ้นลูบหัวลูบหัวของคนอายุน้อยกว่าช้าจนดู เก้ๆ กังๆ เพื่อปลอบสีหน้าช็อกของน้องชาย

 

น้ำเสียงอ่อนลงอย่างสำนึกผิด...

 


“ตกใจหรอ...”

 


“พี่ขอโทษซึงรี”

 

ขอโทษ...
ขอโทษ...?
หึ.... นายมันขี้ขลาดทงยองเบ...

 


“พี่รู้สึกไม่ค่อยสบาย...”

.
.
.
.
.


“งั้นไปนอนพักดีกว่านะฮะ”

 

ซึงรีหลุบตาลงหลังจากมองแผ่นหลังของคนเป้นพี่เดินหายเข้าไปในตัวบ้าน คำภามผุดขึ้นในใจคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ “พี่ขอโทษผมทำไม” ไม่นาน....
ก่อนจะปล่อยให้มันจมลงสู่ก้นบึ้งอีกครั้ง เมื่อรู้แล้วว่าไม่มีคำตอบ เหตุใดจึงต้องถามตัวเองอยู่แบบนั้น สู่ปล่อยให้มันถูกกลืนหาย...ลืมมันไปช้าๆ...จะไม่ดีกว่าหรือ

หยดน้ำตาเม็ดใสถูกสายลมพัดให้เหือดแห้งราวกับจะช่วยปะโลม....

 

 

‘ผมมีอะไรจะบอกพี่ฮะ'

 

 


+++

 


“ปัง!!!”

 


เสียงปิดประตูห้องของใครบางคนดังเสทือนจนแทบทำเอาทุกชีวิตสะดุดลมหายใจ แม้แต่ซึงรีที่คิดว่าอยากจะยืนอยู่ตรงระเบียงต่ออีกหน่อยยังต้องชะโงกหน้าเข้ามาดูเหตุการณ์ภายใน


เว้นแต่ลีดเดอรืตัวบางกับคนหน้าแป้นที่ตอนนี้กำลังพยายามโอ๋พี่ชายที่เอาแต่ก้มหน้างุด ร้อนถึงซงรีที่ตอนนี้เบิกตากว้างก่อนจะใช้หลังมือไล้เอาคราบน้ำตาออกลวกๆ แล้วก็แทบจะถลาไปหาพี่ชายคนสนิท แม้จะไม่แน่ใจนักว่าเกิอดอะไรขึ้น

 


“พี่จียง”

 


น้ำเสียงของซึงรีเบาหวิวเมื่อเรียกชื่อคนอายุมากกว่า นัยน์ตาเรียวรีเหลือบมองพี่ชายอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่าง และตอนนี้กำลังมีสีหน้าปั้นยากขึ้นทุกทีระคนตกใจกับม่านน้ำตาที่เริ่มคลอหน่วยของลีดเดอร์ที่รักและเคารพ...

 


เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกขยับตัวน้อยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนเรียก...
เหมือนทนบทุกอย่างที่พยายามฝืนจะพังทลาย น้ำตาที่เคยเกาะอยู่ริมขอบตา ทะลักจากดวงตาคู่สวยอย่างห้ามไม่อยู่ เท่านั้นคนที่ยืนมองถึงกับผงะ... ยิ่งกับเสียงสะอื้นฮักๆ รวมทั้งดวงตาและปลายจมูกรั้นกำลังติดจะแดงหน่อยๆ จนดูยังไงก็ไม่ได้เหมาะกับคำว่าแมนที่ตัวเองพยายามประกาศปาวๆ เลยซักนิด ยิ่งทำให้ตกใจไปกันใหญ่

 


“ซึง...ฮึก...ซึงฮยอน...ฮือ...ฮึก ฮึก”

 


ชื่อเดียวจากคนที่กำลังร้องไห้ไม่หยุด ทำให้สองคนที่ยืนอยู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนคนเป็นเจ้าของชื่อจะตัดสินใจดึงรวบเอาตัวพี่ชายสุดที่รักเข้ามากอดไว้ก่อน พยายามจะเอยปลอบวิธีเดียวกับที่พี่จียงเคยใช้ปลอบเขาบ่อยๆ

‘โอ๋ๆ...ซึงรี เด็กดี...เด็กดี...อย่างร้องนะ...อย่าร้อง..’

 

“อยะ....อย่าร้องนะฮะ พี่จียง โอ๋ๆๆ.... อย่าร้องเลยนะฮะ อย่าร้อง”

 

อาจจะนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่น้องเล็กอย่างซึงรีจะได้มีโอกาสกอดปลอบคนอื่นในวงแบบนี้ แล้วยิ่งคนๆ นั้นยังเป็นควอนจียงที่คนอื่นไม่เคยมีโอกาสเอามานั่งโอ๋ได้ยกเว้นแต่ชเวซึงฮยอน ซึงรียิ่งดูเงอะงะจนน่าขำ เพราะยิ่งเอ่ยคำพูดว่า อย่าร้องๆ มากท่าไหร่ คนเป็นพี่ที่ถูกปลอบดูจะยิ่งปล่อยโฮหนักขึ้นเท่านั้น

 

จนกล