[Fic]Oh My Leader P.6

posted on 09 Nov 2008 10:54 by tem-gfiction

Title: Oh My Leader Part 6
Status: Fic
Pairing: Choi TOP,Kwon Leader ft. YB×SR [Big Bang]
Author: Lovely_G

Rate : PG-13

TALK : มา...ลงแล้วนะคะ
จริงๆ ไม่รู้ว่ามันสนุกน้อยลงหรือเปล่า เห็นว่าคอมเม้นต์มันตกฮวบแปลกๆ
ก็พอจะรู้ว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบอ่านอะไรแบบ... เฮิร์ทๆ บ้าง
แต่มันเป็นแนวที่เฟิร์สรู้สึกว่าค่อนข้างถนัด กว่าแต่งเรื่องขำๆ อย่าง Don't wanna be with out U!!
ยังไงเรื่องก็จะพยายามแต่งต่อให้จบนะคะ




Enjoy :



++++
PART.6



เกือบเที่ยงคืนแล้ว ร่างสันทัดนอนอยู่ตามลำพังบนโซฟายาวในห้องนั่งเล่น ภาพโฆษณาบนจอโทรทัศน์ไหลลื่นผ่านสายตาและสมองโดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลยแม้แต่น้อย ในหัวว่างเปล่า... ทงยองเบถอนหายใจเบาๆ อย่างไร้สาเหตุ จังหวะกับที่เสียงเปิดประตูห้องดังแว่วกระทบโสตประสาท



“ยังไม่นอน?”



เสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์ อย่างที่คนฟังไม่ต้องเสียเวลาเดาชื่อเจ้าของเสียง เรียกความสนใจของนัยน์ตาเรียวได้เพียงชั่วครู่ ยองเบเบือนสายตาจากร่างสูงของพี่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบ



“นอนไม่หลับ”



ร่างสูงเสียงงึมงำตอบรับในลำคอเบาๆ อย่างขอไปที ก่อนเจ้าตัวจะเดินหายเข้าไปในครัว เสียงกุกกักดังขึ้นแผ่วเบา
ไม่นาน... ชเวซึงฮยอนกลับออกมาพร้อมกับแก้วนมอุ่นในมือสองแก้ว

ยองเบถอนหายใจเฮือก เมื่อถูกคนเป็นพี่ส่งสายตาแกมบังคับมาให้พร้อมพยักพเยิดไปที่ประตูอีกบาน ประตูห้องของลีดเดอร์... เป็นเชิงว่าให้ช่วยเปิดแทน แม้จะชักสีหน้าคล้ายจะไม่เต็มใจ แต่ขาสองข้างก็ยอมทำตามแต่โดยดี ก่อนบานประตูจะเปิดออก... พร้อมกับความผิดปกติเดียวที่ทำให้คิ้วเข้มสองคู่ต้องขมวดเข้าหากันเป็นปมแน่น




ไฟในห้องถูกปิดไปแล้ว ทั้งๆ ที่เจ้าของห้องยังไม่น่าจะเข้านอน




หนุ่มเสียงดีมองคนข้างๆ ก่อนจะได้รับสัญญาณเป็นการพยักหน้าอย่างรู้กัน มือหนาเลื่อนไปคลำหาสสวิตช์ไฟที่กำแพงข้างประตู ภาพที่ปรากฏทันทีที่แสงไฟสว่างพอ คือภาพเตียงสีอ่อนเย็นตาที่ว่างเปล่า ไร้วี่แววของควอนจียง




เท่านั้นก็มากพอจะทำให้หัวใจสองดวงกระตุกวูบ....





+++






“ซึงรี....ซึงรีอ่า...”




ควอนจียงเป็นคนเอาแต่ใจ... ก็ใช่ อันนั้นยอมรับ
และคนอย่างควอนจียง อยากได้อะไรก็ควรจะต้องได้เท่านั้น
ต่อให้ต้องลงทุนมากขนาดไหน ถ้ามันแลกมาได้ซึ่งอะไรก็ตามที่อยากได้



ยอม!




ยอมแม้กระทั่งมานั่งอ้อนอีซึงฮยอน เพื่อคั้นความจริง...!




สาบานได้ว่าไม่ได้อยากรู้อยากเห็น แต่เพื่อตัวมันเองเลยเนี่ย
แต่ก็นะ... ขอโทษเถอะซึงรี การที่พี่แกโดนพี่แกล้งทุกวัน ไม่ได้แปลว่าพี่จะอนุญาตให้แกออสโมซิสระดับความเล่นตัวพี่เข้าไปเก็บไว้ใต้ผิวหนังและแววตาบ่องแบ๊วนะเว้ยเฮ้ย




“พี่พูดเรื่องอะไรฮะ”



คนอายุน้อยกว่าลอยหน้าลอยตาย้อนกลับอย่างน่าหมันไส้
ก่อนเจ้าตัวจะแกล้งหันกลับไปสนใจหนังสือในมือต่อ...
แต่ยังเอ่ยถ้อยคำ ทั้งที่ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา





“วันนี้พี่จะนอนกับผมหรอ?”




“อือ...ทำไม? หวงตัวหรือไงน้องรัก”
แกล้งหยอกข้อหาเล่นตัวเกินหน้าเกินตาไปหนึ่งที แต่สิ่งที่ได้ตอบกลับเล่นเอาลีดเดอร์คนเก่งถึงกับผงะ
ซึงรีเหลือบมองพี่ชายแล้วแกล้งเชิดไปทางอื่น... ก่อนจะพูดประโยคต่อมา...



“พี่จียงใจง่าย!”




อย่าให้รู้เชียวนะว่าอีซึงฮยอนมันไปติดนิสัยแบบนี้มาจากใคร =____=




“แล้วตกลงว่าเรื่องไอ้ยองเบนั่นน่ะ...?”



“ถ้าพี่พูดอีก ผมว่าผมจะเปลี่ยนมาชอบพี่แทนแล้วล่ะ”
สิ้นคำเท่านั้นจียงถึงกับต้องเม้มปากสนิท ในขณะที่คนพูดปิดหนังสือที่ถืออยู่วางมันไว้บนโต๊ะเล็ก ก่อนจะเดินมาทรุดตัวลงบน หัวทุยๆ อิงกับเอวบางของพี่ชายที่กำลังอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงกับหัวเตียง



“ซึงรี...”



“ฮะ...”



“ตกลงว่าชอบมันจริงๆ ?”

บอกแล้วว่าควอนจียงอยากได้อะไรก็ต้องได้
คำขู่ของซึงรีจึงใช้ได้แค่ชั่วนาที...



“ผมง่วง~”




คำตอบเดียงของคนเป็นน้องที่ทำให้คนฟังยิ้มออก
มือเรียวยกขึ้นลูกกลุ่มผมสีน้ำตาลเบาๆ
ง่วงก็นอนซะ.... เด็กดี...




นัยน์ตาเรียวเสมองไปยังบานหน้าต่างที่สะท้อนภาพภายนอกอพาร์ทเมนต์
จมอยู่กับความคิดสุดท้าย เพียงไม่นาน...เปลือกตาบางหลุบลงยุติความเหนื่อยล้าในสมอง....




ฝนตก....อีกแล้ว



ถ้ายองเบมันจะ... หันมามองน้องบ้าง
คงจะ...ดีนะ




+++


ลูกกุญแจเล็กถูกมือหนาสลับไขล๊อกประตูอย่างร้อนรน
จนน่ากลัวว่าคนทำจะทนไม่ไหว แล้วพังประตูเข้าไปเสียแทน ยองเบเองมองบานประตูด้วยสายตากังวลไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับแดซองที่พึ่งถูกพี่ชายสองคนบุกเข้าไปปลุกถึงในห้องด้วยด้วยกุญแจพวงเดียวกันกับที่พี่ใหญ่ใช้อยู่ตอนนี้ ตายิบหยีเริ่มฉายรอยเคร่งเครียดเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ต้องถูกปลุกขึ้นมากลางดึก




พี่จียงไม่ได้อยู่ในห้อง




ตอนนี้ห้องของมักเน่เลยกลายเป็นความหวังสุดท้าย...
ต้องอยู่สิ... พี่จียงมานอนกอดซึงรีบ่อยจะตาย...
แต่ก็บอกพี่ท๊อปก่อนทุกครั้งไม่ใช่หรอ...?


..
..
..


คิ้วหนาเริ่มขมวดเป็นปมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไขกุญแจไม่ถูกดอก ลูกกุญแจห้าหกดอกที่รวมกันเป็นพวงเล็กๆ ถูกสุ่มเลือกอีกครั้ง ท๊อปเริ่มใจไม่เย็นในขณะที่เสียงสายฝนด้านนอกดังทะลุเข้ามาราวกับจะจงใจแกล้งให้เค้าใกล้จะประสาท



ถ้าไม่มีจียงในห้องซึงรี...
ถ้าคำตอบเดียวจะกลายเป็นจียงไม่ได้อยู่ในบ้าน...




...กริ๊ก...




เสียงเดียวที่แผ่วเบา แต่ชัดเจนพอจะเรียกสติทั้งหมดให้กลับคืนได้ไม่ยากนัก
นัยน์ตาสามคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเป็นชเวซึงฮยอนที่พรวดพราดเข้าไปในห้องก่อนใคร


..
..
..


ภาพที่เห็นคือสองร่างโปร่งที่นอนเอาหัวพิงกันบนเตียงสีขาวริมหน้าต่าง
เปลือกตาบางสองคู่หลับพริ้มบนใบหน้าชวนมอง ภาพที่เรียกเสียงถอนหายใจโล่งอกได้จากคนที่ยืนมองอยู่



จะเว้นก็แต่หนึ่งคนที่ถอนหายใจเพราะความเหนื่อยใจ...
ร่างสูงสุดจ้องมองภาพบนเตียงพร้อมกับเรียวคิ้วที่เริ่มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
เพราะหนึ่งในสองร่างบนเตียงที่ชื่อควอนจียงนั้น ท่อนบนมีเพียงเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางๆ เท่านั้นที่ปกปิดผิวกาย จริงๆ แล้วคงไม่น่าโมโหเพราะเจ้าตัวเองก็ใส่แบบนี้นอนอยู่บ่อยๆ




แต่... ให้ตายเถอะ นี่มัน....
ฝนกำลังตกไม่ใช่หรือไง
อากาศเย็นขนาดนี้... ยังใส่เสื้อกล้ามแบบนั้น....?



ควอนจียง... นายนี่มัน


“ช...” เสียงสบถหลุดลอดแผ่วเบาบนเรียวปากได้รูป เลือกตาที่ประดับด้วยแพขนตาสวยหลุบลงพร้อมกับความเหนื่อยล้า ปนเปกับความน้อยใจที่เหมือนจะพุ่งวูบ เขาเคยขอดูแลตัวเองบ้าง... ฟังหรือเปล่า...จียงเคยฟังที่เขาพูดบ้างหรือเปล่า.... เคยไหม...?



ร่างสูงค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นก่อจะสาวเม้าเข้าไปหาเตียงกว้าง เขารู้ว่ายองเบมองอยู่ เขารู้ว่าแดซองกลังส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม... และเขารู้ว่าชเวซึงฮยอนคนนี้ ไม่อยากจะสนอะไร หรือพูดอะไรแล้วทั้งนั้น...




เสื้อกันหนาวที่ใส่ทับเมื้อยืดไว้ถูกถอดออกลวกๆ ท๊อปวางมันคลุมบนตัวของลีดเดอร์ตัวดี ก่อนจะค่อยๆ ช้อนคนตัวเล็กขึ้นจากที่นอน นึกดีใจอยู่ไม่น้อย ที่จียงไม่ได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาซะก่อน ไม่งั้นคงได้ดิ้นจนตกพื้นกันไปข้าง ถ้ารู้ตัวว่าตอนนี้กำลังถูกอุ้มด้วยท่าเจ้าหญิง...หึ



จียง....เจ้าหญิง...?
นี่มันคนดื้อ!
ดื้อจนน่าจะจับมาจูบแรงๆ ให้มันหายเสียที ดูแล้วไอ้ที่ใช้แรงงานให้ถูพื้นดูจะช่วยให้เข็ดไม่ได้เลย...




มันน่า....




“พี่จะเอากลับไปนอน...?”
ยองเบที่ยืนมองอยู่นานแล้ว ตัดสินใจเอยคำถามรั้งไว้เบาๆ หลังจากที่เหลือบมองอีกร่างที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงพักนึง ก็แค่ไม่อยากกวน เดี๋ยวมันตื่นขึ้นมาจะยุ่ง...



คนถูกถามเพียงแต่ส่งเสียงตอบรับในลำคอ ร่างสัดทัดจึงเอยปากต่อ...
“นมที่ทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่น จะให้อุ่นให้หรือเปล่า...?”


.
.
.
.
.
.
.
.




นัยน์ตาเรียวรีไม่ได้ฉายรอยใดๆ ยามมองประตูห้องของพี่คนโตในบ้านที่พึ่งจะปิดลงไปไม่นาน หลังจากที่บอกปัดคำอาสาจาดเขา แดซองขอตัวกลับไปนอนแล้ว....เห็นจะมีก็แต่เขาเองที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
ความรู้สึกบางอย่างที่แล่นวูบในจิตใจเมื่อเห็นร่างของเพื่อนสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพี่ท๊อป ค่อยๆ คลายลงช้าๆ... ยองเบนึกเกลียดตัวเองนักที่ยัง...ชิน...กับอะไรแบบนั้นไม่ได้สักที...




มือหนาแตะลงแผ่วเบาบนลูกบิดประตูสีเงินของห้องน้องเล็กที่ยังไม่ได้ถูกปิดให้เรียบร้อยดี ตาเรียวเหลือบมองภายในห้องอีกครั้ง ชั่วครู่ในวินาทีที่คิดจะปิดมันให้สนิท ยองเบกลับสะดุดสายตากับร่างของซึงรีที่ไม่รู้ว่าดิ้นจนผ้าห่มผื