[Fic]Oh My Leader P.5

posted on 02 Nov 2008 11:08 by tem-gfiction

Title: Oh My Leader Part 5
Status: Fic
Pairing: Choi TOP,Kwon Leader ft. YB
Author: +::KimJi::+ [Lovely_G]

TALK : ขอโทษค่ะที่แอบดอง T T

ช่วงนี้ยุ่งมากจริงๆ แต่งเสร็จมาเกือบอาทิตย์แล้ว แต่ไม่มีเวลาพิมพ์ ที่บอร์ดมีปัญหานิดหน่อย

ตแนนี้ก็เริ่มเป็นปกติแล้ว พึ่งจะเปลี่ยนธีมใหม่ สีชมพู.... - - www.top-thailand.co.nr แหะ...

เปิดบล๊อกมาเริ่มได้กลิ่นตุๆ เหมือนดองจนจะเน่าแล้ว = =

มาคราวนี้ 10 หน้ากระดาษ (สั้นกว่านี้มีอีกมั้ย) คราวหน้าจะยาวกว่านี้ สัญญาเลยเอ้า~

 

enjoy...

+++

 

“ขอบคุณค่ะ คุณลุง”

 

เด็กสาวค้อมหัวน้อยๆ พร้อมกับรอยยิ้มสดใสในแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป หลังจากรับนาฬิกาคืนจากคุณลุงช่างซ่อม และบอกปฏิเศษเงินทอนเล็กๆน้อยๆ เสียงของเจ้าหล่อนเจื้อยแจ้วอยู่อีกไม่กี่ประโยค ก่อนจะลากลับไป

 

 

ใบหน้าที่ปรากฏริ้วรอยของอายุที่ร่วงโรยลงทุกวันยกยิ้มในยามที่นึกถึง ใจความของประโยคเหล่านั้น...
“รบกวนอีกแล้วนะคะ ซองเจก็เป็นซะแบบนี้ ทำไมพวกผู้ชายถึงได้ชอบเล่นอะไรแรงๆ นักก็ไม่รู้”

 

เดาได้ไม่ยากเลย ชื่อที่เธอพูดถึงคงหนีไม่พวกแฟนหนุ่ม แล้วก็อาจจะเล่นอะไรแผลงๆ ในแบบของวัยรุ่นผู้ชาย จนนาฬิกาเรือนนั้นเป็นอันต้องถึงมือช่างซ่อมแบบเขา เท่าที่จำได้นี่ก็ครั้งที่สามแล้ว น่าขำที่เด็กสาวดูจะลืมไปแล้วว่าลุงแก่ๆ คนนี้ก็เป็นผู้ชาย...

 


เธออาจจะเรียกได้ว่าเป็นลูกค้าประจำ ทั้งๆ ที่อาชีพอย่างเขาคงไม่เหมาะเท่าไรนัก หากจะบอกลาลูกค้าด้วยการเอ่ยประโยคทำนองว่า ให้มาใบริการบ่อยๆ หรืออะไรทำนองนั้น

 


นัยน์ตาหลังกรอบแว่นหนาเม่อมองประตูร้านเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบือนกลับมาสนใจงานอีกชิ้นที่ยังไม่เรียบร้อยดี
นาฬิกาเรือนหรู สายหนังสีดำดูดี
ตัวเรือนรูปแบบทันสมัยนิยม
อาจจะดูดีกว่านี้ หากไม่ได้อยู่ในสภาพไม่สมประกอบเช่นนี้

นาฬิการุ่นนี้เขาเองรู้จักดี และพอจะรู้ว่านี่ไม่ใช่รุ่นที่ควรจะพังง่ายๆ เว้นแต่ว่า...

 


“ผมเผลอไป....เหยียบมันน่ะครับ”

 

เขายังจำเด็กคนนั้นได้ดี
เสียงแหบในโทนพอดี
การแต่งตัวที่อาจจะเรียกได้ว่าค่อนข้างแปลกสำหรับคนในวัยเขา ท่าทางเงอะงะในร้านเล็กๆ แบบนี้ ไหนจะแว่นอันโตที่ใส่ปกปิดใบหน้า ดูแล้วก็น่าขำไม่น้อย
แต่เมื่อถอดมันออกก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่าดูดีอยู่ทีเดียว จะติดก็เพียงสัดส่วนไม่ได้ถึงขั้นเป็นรูปร่างของผู้หญิง แต่เทื่อเทียบกับผู้ชายด้วยกัน อาจจะเรียกได้ว่าผอมบางกว่าปกติ

 


ปลายจมูกรั้นนั้นบ่งบอกนิสัยได้ค่อนข้างดี
หรือบางทีอาจจะดีเกินไปเสียด้วย

 


ใบหน้าที่แต้มรอยชราส่ายไปมาเบาๆ กับภาพแผ่นหลังเล็กๆ ที่เรือนรางเพราะซ้อนทับกับม่านน้ำฝนบาง ในความคิด
ถึงจะหัวรั้นไปนิด
แต่การเชื่อในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจไปแล้ว เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เด็กนั่นดูมีอะไรมากกว่าที่คิด
.
.
.
.
.
.
.
เพราะการมองคนแค่เพียงปราดเดียวไม่ได้แปลว่าจะเห็นทุกอย่างในตัวคนๆ นั้น และบางทีอาจจะต้องใช้สิ่งอื่นมอง มากกว่าลูกตากลมๆ ที่บางครั้งสร้างภาพลวงตาหลอกลวงความจริง...

 

 

+++

 

“เฮ้~  พี่ฮะ อย่างแย่งผมสิ..”

 

เสียงเด็กผู้ชายหน้าตาละม้ายคล้ายสัตว์นำเข้าจากจีนแหวขึ้นเบาๆ เมื่อไอศกรีมตรงหน้าแหว่งไปด้วยฝีมือของพี่ชายร่างสันทัดที่นั่งอยู่ตรงข้าม แต่สิ่งที่ได้ตอบรับกลับมาเป็นเพียงเสียงหัวเราะหึต่ำๆ ในลำคอของอีกคน และเจ้าตัวก็ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจ้วงไอศกรีมของตัวเองเข้าปากต่อไป สีหน้ามีความสุขกับของหวาน ส่งผลให้คนมองเริ่มหน้ายุ่ง

 

ตาเรียวมองพี่ชายอย่างคาดโทษในขณะที่เลื่อนแขนทั้งสองข้างขึ้นมาโอบไว้รอบถ้วยไอศกรีมของตน ราวกับกลัวว่ายองเบอาจจะยื่นหัวมาเขมือบมันไปได้ทุกเมื่อ

 

ภาพที่ยองเบเห็นแล้วเกือบหลุดขำพรืด

 


“ให้มันน้อยๆ หย่อยซึงรี พวกนี้น่ะพี่เป็นจ่ายไม่ใช่หรือไง”
วินาทีนั้นเลยอดไม่ได้ที่จะออกปากแหย่
ซึ่งคำตอบของคนเป็นน้องทำให้ต้องชะงักช้อนไอศกรีมที่กำลังจะเข้าปากไว้กลางอากาศ...

 

“ก็พี่จ่ายให้ผมนี่”

ผงะไปชั่วอึดใจ
ขณะที่คนพูดยัดไอศกรีมเข้ปากไปแล้วกับสีหน้าสะใจพึลึก


อ่าฮะ...
ไว้กลับบ้านเมื่อไหร่ ยองเบคนนี้แหล่ะจะจับไอ้มักเน่แยกกับลีดเดอร์ตัวดี
อิแบบนี้มันสอนกันมาแน่ๆ น้องมันถึงได้เหมือนพี่มันเข้าไปทุกวัน

แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรอีกอาการสั่นเบาๆ ในกระเป่ากางเกงก็ทำให้ต้องหยิบโทรศัพท์ตัวการออกมาดู

 


-พี่ดองอุก-

 


ชื่อของปลายสายที่ถูกเมมโมรี่เอาไว้ทำให้ยองเบไม่ได้ใช้เวลาในการตัดสินใจนานนัก ก่อนจะกดรับสาย
แต่ก็ไม่ได้ลุกจากที่นั่งไปไหน แม้ว่าซึงรีจะกำลังมองอยู่

 

“ครับพี่?”

 

(ว่าไง...ไอ้จียงมันเป็นไงบ้าง)

 

“....ก็ดีฮะ ยังเถียงได้อยู่ ไม่มีไข้ พ่นไปได้เหมือนเดิม”
คำอธิบายอาการของน้องรักทำให้ปลายสายหลุดเสียงกัวเราะเบาๆ

 

(เออๆ ตากฝนขนาดนั้นไม่เป็นอะไรก็ดี)

 

“ฮะ”

 


(เออ...ยองเบ)

 


“...”

 


(แล้วแกเป็นไงบ้าง)
คำถามของพี่ดองอุก ที่คนฟังนิ่งไปอย่างไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร
และเขาเองก็ไม่อยากตอบซักเท่าไหร่ ‘เรื่องนั้น’ พี่ชายคนนี้เป็นอีกคนที่รู้เรื่อง

 

“ผม...สบายดี”

 


คำตอบที่พูดออกไปเลยกลายเป็นประโยคเบสิคดโง่ๆ ในการเลี่ยงตอบคำถาม กับเสียงหัวเราะฝืดๆ ที่ฟังยังไงก็รู้ว่าฝืน


..
.
.


รู้ว่าพี่เขาเป็นห่วงถึงได้ถาม
แต่เขาเองก็อยากจะให้อะไรผ่านไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนๆ  กับที่จียงหรือท๊อปทำ
ยอมรับว่ามันยาก แต่การไม่พูดถึงมันอีกอาจจะช่วยอะไรได้เยอะ

ถึงยังไง...
เขาปล่อยจียงมันไปได้ แต่การตัดใจอย่างที่พี่ดองอุกเคยบอกหรือบ่อยๆ ไม่ง่ายเลย และการหาใครมาแทนอย่างที่พี่แทบินเคยเสนอดูจัยิ่งยากกว่า
จียงก็คือจียง ถ้าจะให้ใครมาแทน คนๆ นั้นก็ต้องเป้นจียง
ไม่มีใครแทนใครได้ และเขาไม่คิดจะทรมานใครโดยการจับมาเป้นตัวแทนของอีกคน


มันไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ต้องการใคร
เพียงแค่ตอนนี้เขายังไม่พร้อม...จะมองใครอีก


.
.
.


เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังจากปลายสาย
ทำให้ยองเบต้องขยับยิ้ม

“ผมสบายดีจริงๆ ครับ”


สุดท้ายพี่ดองอุกก็ยอมเออออกับคำตอบ คุยกันอีกไม่กี่ประโยคก่อนจะได้กดวางสาย
แต่ยังไม่ทันจะได้เก็บมันลงประเป๋าตามเดิม...

 


“ใครหรอฮะ”

 

สีหน้าคนพูดแสดงความอยากรู้อยากเห็นอย่างปิดไม่มิด หรืออาจจะเรียกได้ว่าเจ้าตัวไม่คิดจะปิดมันด้วยซ้ำ = =

“พี่ดองอุก”


ยองเบตอบสั้นๆ ไร้ซึ่งการขยายความใดๆ
นัยน์ตาสัหม่นเหลือบมองอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนจะเสกลับมาสนใจถ้วยไอศกรีมที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง แทนการอธิบายอะไรต่อ


ของหวานช่วยให้คนอารมณ์ดีขึ้น...

 

จริงหรือ...?

 

มันใช้ได้กับทงยองเบหรือเปล่านะ...


ไม่ทันได้คิดตก หรือตอบคำถามที่อยู่ดีๆ ก็ผุดขึ้นมา
ความคิดก็ต้องถูกตัดฉับ เพราะโทรศัพท์เครื่องเดิม ที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะ เริ่มแผดเสียงกับแรงสั่นอีกครั้ง ที่แตกต่างจากเดิมเห็บจะเป็นชื่อที่โชว์หราบนหน้าจอสีเหลี่ยม

 


-TOP-

 


ยองเบไม่รู้ว่าเผลอจ้องชื่อนั้นอยู่นานเท่าไหร่ ก่อนจะยอมเอื้อมมือไปหาและกดรับเอาตอนที่น้องเล็กที่มองอยู่ส่งเสียงทักเบาๆ


“ฮัลโหล?”

 

(ยองเบ...น้องอยู่หับนายหรือเปล่า)

 

“น้องคนไหน”

 

(ซึงรี)

 

คำตอบทำให้ร่างสันทัดต้องชำเลืองมองคนที่ถูกเอ่ยชื่อพักนึง สีหน้าอยากรู้อยากเห็นปะปนกับงุงงงฉายให้เห็นบนใบหน้าเดียว ราวกับตอนนี้ซึงรีจะลืมของหวานตรงหน้าไปแล้วเรียบร้อย

 


“อยู่....พี่มีอะไรหรือเปล่า”

 


(บอกให้น้องกลับมาทำกับข้าวให้ฉันทีได้มั้ย...หิวว่ะ เมื่อเช้าพวกนายกินกันไม่เหลือไว้ให้ฉันเลยหรือไง)


แล้วใครเขาใช้ให้ตื่นทีปาเข้าไปครึ่งวัน...
ประโยคที่คิดในใจคนเดียว แต่ปากที่พูดไปกลับเป็น...

 

“แล้วจียงไปไหน”

 


(...จียงไม่ยอมทำ)


จบประโยคด้วยน้ำเสียงบึ้งตึงของพี่ใหญ่ ยองเบไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องหัวเราะออกมาเบาๆ
ก่อนจะหลุดขำพรืด เมื่อได้ยินเสียงจียงแหวแทรกเข้ามา จับใจความได้แค่ว่า ....ขี้เกียจว้อย.....

 


“งั้นอีกสิบสิบห้านาที จะเอาเบ๊ไปส่ง”

 


พูดแค่นั้นก่อนจะกดตัดสาย ไม่ทันได้ให้ปลายสายต่อความใดๆ อีก
อาจจะเป็นเพราะได้ยินเสียงลอดจากโทรศัพท์หมดแล้ว ครั้งนี้เลยไม่มีเสียงทักจากคนเป็นน้องที่นั่งอยู่ตรงข้าม...
มือหนาเอื้อมไปยีเรือนผมบนหัวทุยๆ ของคนที่กำลังหน้างอ...

 


“กินเสร็จแล้วค่อยกลับก็ได้”

 


ไอศกรีมช่วยให้คนอารมณ์ดี...?

 


คงจริงล่ะมั้ง

 


“พี่ว่า...เวาลพี่ท๊อปโมโหหิว ผมจะใส่เกลือในข้าวต้มดีมั้ยฮะ?”

 

 

+++

 


“ซึงรี...ซึงรีเนี่ยยะ” เสียงแหบเล็กร้องขึ้นเบาๆ นัยน์ตาเรียวสวยเบิกกว้างสุดความสามารถ ทันทีที่ฟังรุ่นน้องตรงหน้าพูดจบประโยค
ให้ตาย...ไอ้มักเน่น้องรักของเขามันชอบยองเบ..!
ถึงจะแปลกใจก้เถอะ แต่มันเอาเวลาที่ไหรไปชอบยองเบมัน...
ก็เป็นเข้เองไม่ใช่หรอ ที่ลากมันมานอนฟัดเล่นอยู่บ่อยๆ จนแทบไม่มีเวลาไปยุ่งกับใคร เพราะต้องคอยระวังเขาน่ะ...
ที่สำคัญ...มันบอกแดซอง แต่ไม่คิดจะบอกพี่ชายที่เป็นถึงลีดเดอร์อย่างเขาคนนี้เลย!
แหม...ควอนจียงล่ะซึ้งใจ =__=’’

 

 

“ไม่จริงน่ะ”

 


ไม่ใช่คำพูดของจียงที่ยังคงแสดงความไม่เชื่อสุดใจ แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำของคนตัวโต ที่นอนสบายอยู่โซฟาตัวยาว คิ้วเรียวหนาขมวดเป็นปมเล็กๆ ขณะที่มองจียงและแดซองที่นั่งอยู่บนพื้น
จียงที่เอาหัวเกยบนโซฟาให้มือหนาของร่างสูงลูบเรือนผมสีอ่อนเล่น พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 


ทำให้หนุ่มอารมณ์อย่างคังแดซองต้องจิ๊ปากอย่างขัดใจ
ก่อนจะตีหน้าจริงจัง

 


“พวกพี่ไม่เชื่อ?”

 

 

เงียบสนิท...
นั่นแหล่ะคำตอบ
ทั้งจียงทั้งท๊อปหันไปสบตากันก่อนจะหันไปหาแดซองอีกที
มันก็...ไม่ใช่ไม่เชื่อ
แต่อารมณ์คือไม่อยากจะเชื่อมากว่า...

 

ใครจะไปนึกฝันว่า อีซึงฮยอนจะอยากพรากบริสุทธิ์ทงยองเบ
มันทำให้เขาเริ่มเป็นห่วง...
มันทั้งคู่

 


ราวกับมานั่งอยู่กลางใจ ถึงได้รู้ว่าคิดอะไรอยู่
มือหนาที่ลูบหัวเบาๆ จนดูเหมือนจะเพลินมือ เปลี่ยนมาวางเบาๆ บนหัวไหล่บางแทน

 


“ไว้ใจพวกมันหน่อย”

 


“จะลองดู”
ตอบรับเพียงสั้นๆ แม้รอยกังวลจะยังไม่จางหายจากใบหน้า
เพียงแค่ของให้ยองเบไม่ได้คิดหาตัวแทน...

 


รุ่นน้องหน้าแป้นอีกคนที่มองอยู่ อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ
พี่จียงก็คือพี่จียง
นั่นแหล่ะสิ่งที่เขานับถือในตัวลีดเดอร์คนนี้ของพวกเขา
ปัญหาของคนในบ้าน เจ้าตัวก็มัวแต่จะดึงให้เป็นความรับผิดชอบของตนไปซะหมด อาจจะเรียกได้ว่าเป็นข้อดี ความเป็นห่วงที่มีให้ทุกคน ความรับผิดชอบ...

 

 

แต่มันก็มีข้อเสียอยู่ในตัว

ทำแบบนี้พี่จะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า...?

 

“แล้วนี่เมื่อไหร่มันจะกลับกันมาซะที ฉันหิวแล้วนะจียง”

 


“ไม่รู้ไม่ชี้ = =”

 

ทุกคนในบ้านที่พี่จียงเป็นห่วง...
อาจจะยกเว้นพี่ท๊อปล่ะมั่ง - -“

 

 

TBC....6

 

ไร้แก่นสาร เบริ หรือเทมจี เอาน่ะ อย่างน้อยมันก็ลูบหัวกัน ปลอบกัน - -"

 

 

ปล. พึ่งเปิดไดอารี่บล๊อก ครั้งแรกในชีวิต T^T

เรื่องาวก่อนจากโรงเรียน ฝากด้วยนะคะ http://minji-kim.exteen.com

Comment

Comment:

Tweet

ทิ้งท้ายให้ฮาก่อนจาก 'ไม่รู้ไม่ชี้ = =' 5555555555 โถ่จีจี้ ทำให้โป้หน่อยเดี๋ยวโป้หิวตายไม่มีแรงทำโทษหนูอีกนะหนูนะ 5555555

#13 By First (103.7.57.18|58.9.122.102) on 2012-10-07 01:22

<a href="http://pogwuceobjsscon.com">zuziuiamvfqncpv</a> http://ozpjjqenhvrxpdj.com [url=http://sbdkawhbghcwzcs.com]ynxponzallwzkmz[/url]

#12 By lpyrfzdzqf (94.102.52.87) on 2010-06-14 15:17

พาสนี้เบริน่ารักที่สุดอ่ะ

แต่ก็อดสงสารเฮียไม่ได้อ่ะ

เด๋วคอยเป็นกำลังใจให้ซึงริ....ดีก่า

อิอิ

#11 By ninin (110.49.205.33) on 2010-06-02 21:58

ตอนนี้คือ มี 2 คู่สินะ เทมป์จี เบริ

เบรี ไปกินไอติมกัน นารักดี
ยองเบอย่าเอาน้องมาเป็นตัวแทนจียงนะ
น้องยังไงก็แทนจียงไม่ได้ เพราะน้องเป็น แพนด้า!!!

จียง แกเป็นภรรยาภาษาอะไร ไม่ทำกับข้าวให้สามีกิน
ชริเดี๋ยวก็ยุให้นอกใจซะเลยนี่
เห็นเค้ารักเข้าหน่อยทำเป็นเล่นตัว เชอะ
มาโป้ เดี๋ยวเค้าจะต้มไข่ให้กิน(ทำได้แค่นี้อ่ะ )

#10 By SNG (61.91.205.162) on 2010-01-15 22:35

5555

จีรั่วมากมาย

เชียเบรีจ้า

#9 By un-fiore on 2009-08-24 20:16

น่ารักดีอ่าค่ะ
อย่างน้อยพี่เบ้ของเราก็มีคนคอยปลอบแล้วว ว

มีความสุขเพราะไอติม??
จริงหรือปล่าวคะพี่เบ้

หรือจะมีความสุขเพราะคนที่นั่งกินไตนกันแน่น๊อ ๕๕

โอ้วว ว ว ว ว


ชอบบ บ บ บ


ไปอ่านตอนต่อไปละค่า

#8 By Kyohe (210.86.135.51) on 2009-06-06 11:32

.เสียงเด็กผู้ชายหน้าตาละม้ายคล้ายสัตว์นำเข้าจากจีน..
กร๊ากกกกกกกก
ไอ้แพนด้า 5555

ชวนพี่เบ้ไปกินไอติม
มีแผนไรป่าวเนี่ยซึงริ
คิดจะเผด็จศึกพี่เบ้รึงายยยย
แล้วที่หน้างอตอนพี่ท็อปโทมาตามให้ไปทำกับข้าว
หน้างอเพราะขี้เกียดหรือว่ากลับโดนขัดความสุข 55
แต่นะ..ใจกล้าขนาดนี้ บอกพี่เค้าไปเลย 55

“พี่ว่า...เวาลพี่ท๊อปโมโหหิว ผมจะใส่เกลือในข้าวต้มดีมั้ยฮะ?”
อ๊ากกก ไอ้เด็กแสบ

แทยัง..
นั่นแหละอย่างที่จียงห่วง
ถ้าซึงริบอกไป
คงไม่คิดที่จะเอาซึงริมาเป้นตัวแทนหรอกนะ
สมหวังเพราะรัก
กับสมหวังแต่เป้นแค่ตัวแทนเนี่ย
มันต่างกันนะ

see U next part ^^

#7 By cartoon.vipz (117.47.91.199) on 2008-12-12 12:41

ไว้ใจยองเบสิ จียง

#6 By wini_84 (117.47.49.88) on 2008-11-30 16:12

คุงภรรยาไม่ทำกับข้าวให้กิน

ต้องไปเดือนร้อนน้อง

น้องมานกะลังหวีตเลย

อิอิ...แล้วซึงรีจะพรากบริสุทธิ์ของยองเบได้รึป่าว

ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกcry

อยากรู้ค่า...รีบๆมาต่อนะจ๊ะ

รออยู่surprised smile

#5 By yummy-ferny on 2008-11-03 00:40

น่ารัก

ท๊อปลูบหัวจียง มันเป็นภาพที่น่ารักที่สุดดดดดด

แล้วเป็นภรรยาประสาอะไร ไม่ทำกับข้าวให้สามีกินฟร่ะ?

ต้องให้น้องมาทำ ชริ

น่ารักอ่า

หวังว่ายองเบคงไม่ใช้น้องเพื่อเป็นตัวแทนใครอย่างที่มันคิดนะ สงสารน้องซึง



ปล.ทำไมน้องด้ากูต้องเป็นเบ้?

#4 By kumameaw on 2008-11-02 18:02

อัพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ


(คนเขียนดองนานเลยเก็บกด -*-)

#3 By ... (118.172.242.108) on 2008-11-02 16:29

หิวก็โทรมาหาเค้าก็ได้
เดียวไปทำให้กิน ใช้น้องด้าแบบนั้น

เดียวนักอรุรักษ์สัตว์ป่าก็คาดโทษกันพอดี
555+

ได้กลิ่นฟิคใหม่ก็ย้อมสดชื่นเป็นธรรมดา ^ ^

#2 By GINSVIPZ on 2008-11-02 15:40

น่าร้ากกไอ้ตรงไม่รู้ว้อย นี่แหละ ฮ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

จียงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

จียงต้องแบบนี้แหละจียงงงงงงงงงงงงงงงง

จียงงงงงงงงงงงงงงงงงงง


กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

#1 By Charlie on 2008-11-02 11:26